่งสุนัขหนึ่งเดินลงเขาไป
ห้าปีที่ผ่านมา แม้ว่าหลี่เนี่ยนฝานใช้ชีวิตในแนวทางที่คล้ายคลึงกับการปลีกวิเวก แต่ก็ไม่ได้ตัดขาดจากโลกภายนอก เขาไม่ได้เป็นผู้บำเพ็ญเซียนสักหน่อย ไม่ได้เจอผู้คนนานเกินไป เขาอาจเป็นบ้าได้ อีกทั้งภูเขาที่เขาอยู่ก็ไม่ได้อยู่ห่างจากเมือง
เมืองนี้มีชื่อว่าเมืองลั่วเซียน ในเมืองมีแต่ปุถุชน บางครั้งก็มีผู้บำเพ็ญเซียนย่างเท้าเข้ามา และยังเคยมีเรื่องเล่าขานกันว่าเซียนได้พบกับผู้มีชะตา จึงรับเป็นลูกศิษย์
“อ้าว คุณชายมาแล้ว”
“คุณชายหลี่ มาชิมหมั่นโถวแป้งขาวนี่เร็ว ไม่เก็บเงินท่าน”
“คุณชายหลี่ เข้าเมืองมาครั้งนี้จะซื้ออะไรหรือขอรับ อยู่ก่อนสักพักสิ”
“นั่นสิ ข้ามีตั้งหลายเรื่องอยากขอคำชี้แนะจากท่านสักหน่อย”
เพิ่งจะเข้าเมืองมา ก็มีคนคุ้นเคยไม่น้อยเข้ามาทักทายหลี่เนี่ยนฝาน
ห้าปีที่ผ่านมา หลี่เนี่ยนฝานลงเขาเป็นครั้งคราว แม้ว่าเขาจะไม่ได้บำเพ็ญเซียน แต่ด้วยการบ่มเพาะฝึกฝนสรรพวิชาจากระบบ เมื่อถ่ายทอดความรู้บางครั้งก็ทำให้ผู้คนประหลาดใจ เมื่อพบคนป่วยก็จะช่วยรักษาให้ ผู้คนมากมายในเมืองลั่วเซียนนั้นเคยได้รับน้ำใจจากเขา
หลี่เนี่ยนฝานยิ้มตอบทีละคน เดินมาจนถึงตลาดของเมืองลั่วเ