ผลึกเป็นกะตั้กๆ ดังนั้นเขาจึงคล้อยตามอย่างว่าง่าย
….
ในคุกเกิดความชุลมุนวุ่นวายหลังจากหนานกงอู๋เชวียหลบหนีไปได้ พวกผู้คุมไม่เข้าใจว่าชายหนุ่มหนีไปได้อย่างไร ดังนั้นจึงทำได้เพียงไปรายงานเรื่องนี้ พวกเขาออกจากคุกแล้วรีบไปแจ้งข ข่าวกับผู้อาวุโสสูงสุดหนานกงเสวียนเฮ่อทันที
“หนานกงอู๋เชวียหนีไปได้รึ” หนานกงเสวียนอิงเลิกคิ้วน้อยๆ หลังฟังรายงานจากผู้คุม
นางเด็กนั่นเจ้าเล่ห์อย่างที่คิดเอาไว้ไม่มีผิด
เมื่อรับรู้ความจริง สีหน้าของหนานกงเสวียนอิงก็เย็นชายิ่งกว่าเดิม
“พี่ใหญ่ ข้าจะไปจับเจ้าเด็กนั่น” หนานกงเสวียนอิงพูด การหลบหนีของหนานกงอู๋เชวียเป็นเรื่องใหญ่ และเป็นเขาเองที่บกพร่องต่อหน้าที่
หนานกงเสวียนเฮ่อมองอีกฝ่ายพลางพยักหน้า
“ไปเถอะ หากจับเป็นไม่ได้ก็ฆ่าเขาให้จบๆ ไป” หนานกงเสวียนเฮ่อพูดเสริม
หนานกงเสวียนอิงพยักหน้า จากนั้นก็หมุนตัวเดินจากไป เมื่อมาถึงทางเข้า หนานกงเสวียนอิงก็เงยหน้าขึ้นพลางหรี่ตามองสองคนที่สวมเสื้อคลุมสีแดงเลือด
คนพวกนี้เป็นใครกัน
หนานกงเสวียนอิงขึงขังขึ้นมาทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังรัศมีน่าเกรงขามที่แผ่ออกจากร่างของคนทั้งคู่
เขาพบว่าพลังรัศมีนี้ยากจะต้านทานได้
สองคนนี้…
เมื