ทั้งสองมาถึงทางเข้าร้าน พวกเขาก็หันหน้ามายิ้มให้กัน แม้จะดูเหมือนรื่นเริงใจแต่แววตาไร้ซึ่งความเมตตา จากนั้นค่อยเดินเข้าไปในร้าน
หืม?
สิ่งแรกที่พวกเขาเห็นคือความงดงามจนแทบลืมหายใจของหนานกงหวั่น หญิงสาวที่กำลังยืนอยู่ในร้านดูราวกับเป็นกุหลาบงามบานสะพรั่ง ไม่ว่าจะไปที่ใด ดอกไม้ที่งดงามอย่างนางย่อมตกเป็นเป้าสายตาเสมอ
สำหรับจอมก่อเรื่องทั้งสอง มีเสียงเปรี้ยงดังขึ้นในใจของพวกเขา ร้านนี้มีหนานกงหวั่นหนุนหลังอย่างนั้นหรือ
หากเป็นเช่นนั้น การแก้ปัญหาอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยน่าจะดีกว่า เช่นให้ไอ้เจ้าของร้านมันมาขอโทษง่ายๆ
ทั้งสองคนคิดไม่ต่างกัน
ทว่าหลังจากนั้น สิ่งที่พวกเขาเห็นคือ… ภาพไม่น่าดูชมของหนานกงอู๋เชวียที่กำลังยัดอาหารเข้าปากจนมุมปากมีน้ำมันเยิ้มหยดติ๋ง
ดวงตาของพวกเขาเย็นเยียบและหรี่ลงทันที
อะไรกันนี่… หนานกงอู๋เชวียก็อยู่ที่นี่ด้วยหรือ
เช่นนั้น… เรื่องก็ไม่ควรจบง่ายๆ! เว้นแต่เจ้าของร้านจะยอมชดใช้ ไม่เช่นนั้นก็อย่าหวังจะได้เปิดร้านอีก
“หนานกงอู๋เชวีย!”
หลินอู๋อิ่งแผดเสียงเรียกชื่อหนานกงอู๋เชวีย กล้ามเนื้อกลมๆ บนหน้าของเขากระเพื่อมด้วยความโกรธ เผยให้เห็นฟันที่เรียงกันในช่องปาก
ใบหน้าของจางตงฟางเย็