ชิญหน้ากับหนานกงหวั่นอย่างไร้อารมณ์พลางยกยิ้มมุมปาก เขาพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “ต้องขอโทษด้วย นับจากวันนี้ไป ในหนึ่งวันลูกค้าสั่งอาหารได้อย่างละจานเท่านั้น”
เสียงของปู้ฟางไม่ได้ดังทว่าชัดเจน
หนานกงหวั่นอึ้งไป นางมองปู้ฟางด้วยสายตาขุ่นเคือง
“หมอนี่รำคาญที่ข้ากินมากไปเช่นนั้นรึ ต่อให้นึกรังเกียจที่ข้ากินเยอะ แต่ก็ไม่เห็นต้องตั้งกฎเช่นนี้ออกมาเลย…”
หนานกงหวั่นจ้องจานกระเบื้องใบใหญ่ตรงหน้า ริมฝีปากกระตุกโดยไม่รู้ตัว นางกินมากไปจริงๆ ดูไม่งามสักนิดที่หญิงสาวอย่างนางจะกินเยอะไปภายในมื้อเดียว
“เจ้าสั่งเต้าหู้เหม็นไม่ได้ แต่ยังสั่งอย่างอื่นได้อยู่” ปู้ฟางรู้สึกยุ่งยากใจ แต่ก็ยังเอ่ยแนะนำอาหารจานอื่นอย่างอดไม่ได้
“พระกระโดดกำแพงเหมาะมากที่จะกินหลังเต้าหู้เหม็น”
“เหมาะตรงไหนกัน” หนานกงหวั่นกลอกตาใส่ปู้ฟาง นางต้องโง่แน่หากคิดสั่งพระกระโดดกำแพง เพราะต้องจ่ายถึงหนึ่งหมื่นผลึก! นางหยิบผลึกใสบริสุทธิ์ออกมาแล้วยื่นให้ปู้ฟาง
หนานกงหวั่นลุกยืนอย่างอ่อนช้อยแล้วยักย้ายเรือนร่างเย้ายวนออกไปหน้าร้าน นางปลื้มปริ่มและดื่มด่ำกับความปีติที่ได้รับหลังจากกินจนอิ่มหนำสำราญ
หลังจากเดินไปได้หลายก้าว หนานกงหวั่นก็หยุดยืน