งคิดในใจ ‘หรือข้าจะกดขี่ร้านอาหารแห่งนั้นมากเกินไป เจ้าหมอนั่นอับจนหนทางจนต้องปรุงอึหน้าร้านเพื่อทำให้คนจำนวนมากพะอืดพะอมเชียวรึ”
ยิ่งคิดหนานกงหมิงก็ยิ่งมั่นใจว่าต้องเป็นเช่นนั้นแน่ ขณะหันมองปู้ฟางอีกครั้ง สายตาของเขาก็ไม่เป็นมิตรขึ้นมา เขารู้สึกว่าปู้ฟางเป็นคนเจ้าเล่ห์อย่างร้ายกาจ
กระนั้นเขาก็จนปัญญาและเหมือนจะอาเจียนออกมาหากต้องดมกลิ่นเหม็นนานกว่านี้ หนานกงหมิงเค้นสมอง พยายามหาทางรับมือกับปู้ฟาง
ไอ้กลิ่นนี่มันแรงเกินไปแล้ว
ทุกคนที่ต้องการซื้อโอสถอดอาหารหลากรสพากันสะอิดสะเอียน ในเวลาสั้นๆ ถนนที่เคยคึกคักและมีชีวิตชีวาก็พลันว่างเปล่า
ใครจะอยากซื้อโอสถอดอาหารหลากรสหลังได้กลิ่นเหม็นน่าพะอืดพะอมเช่นนี้เล่า
ของสีดำปนเหลืองในกระทะคือสิ่งที่น่าขยะแขยงที่สุดในชีวิตของพวกเขา
ปู้ฟางยังทอดเต้าหู้เหม็นอย่างสงบ ราวกับไม่รับรู้ถึงสายตาแสดงความรังเกียจจากคนแถวนั้น รสชาติของเต้าหู้เหม็นในปากช่างอร่อยเสียนี่กระไร มันชวนให้หลงใหลจริงๆ
กลิ่นเหม็นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และทุกคนก็โกรธขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน
เจ้าของร้านโอสถทิพย์หลายแห่งพุ่งเข้าหาปู้ฟางอย่างเดือดดาลเพราะเสียลูกค้าไปหมด
พวกเขายืนอยู่หน้าร้านของปู้ฟาง