ด้วยความเร็วเหนือเสียง
กำแพงเมืองสั่นสะเทือน หลายคนที่ยืนอยู่บนกำแพงเมืองรวมถึงจีเฉิงเสวี่ยต่างหวาดกลัวจนหน้าซีดเผือด
โชคดีที่กำแพงเมืองกลับมาทรงตัวได้หลังจากสั่นอยู่สักพัก จีเฉิงเสวี่ยที่ตื่นตระหนกถึงกับถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก
“ไม่มีใครหยุดข้าได้! ต่อให้เป็นอสูรเวทขั้นเซียนเทพชั้นสูงสุดก็เถอะ!”
ต้วนหลิงแผดเสียง ดวงตาเป็นประกายสีแดงระยับราวกับมีลูกไฟลุกโชนอยู่ภายใน เสียงลมหวีดหวิวพร้อมบางอย่างที่ปะทุขึ้นกลางอากาศ ความเร็วของต้วนหลิงเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ทำให้เขาสามารถพุ่งทะยานไปข้างหน้าได้รวดเร็วเหลือเชื่อ
ตอนนั้นเองเขาก็มองเห็นวายร้ายที่ฟาดเขาจนกระเด็น
สุนัขร่างท้วมสีดำเดินเยื้องย่างราวกับแมวอยู่หน้าร้าน ดวงตาของมันเป็นประกายวิบวับอย่างอารมณ์ดี
“ทำตาเช่นนั้นหมายความว่าอย่างไร ไอ้สุนัขนั่นมันกล้าดีมาจากไหน”
ต้วนหลิงคำรามด้วยความโกรธแค้น เป็นแค่สุนัขกลับกล้าดูถูกเขาหรือ
“บังอาจนัก”
ตู้ม!!
ความเร็วของต้วนหลิงมากเสียจนแทบมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น
ชาวเมืองต่างหวาดกลัวจนเข่าแทบทรุด ปีศาจร้ายผู้นี้… กลับมาอีกแล้ว! ครั้งนี้จะมีใครขับไล่คนผู้นี้ไปได้อีกไหม ไม่น่ามี เมื่อครู่ยอดฝีมือที่อยู่ภายในร้านน่าจะเอาชนะ