ณ จุดที่ห่างจากนครหลวงไปหลายร้อยลี้ ชายผู้หนึ่งกำลังโจนทะยานไปในอากาศ พลังปราณที่หลั่งไหลออกจากร่างของเขานั้นทรงพลังเป็นอันมาก เสียงสนั่นดังลั่นออกจากร่างของเขาเรื่อยๆ พร้อมด้วยกระแสพลังปราณที่กระจายออกจากร่างเหมือนทะเลบ้าคลั่ง เสียงนั้นสะท้อนไปในอากาศราวกับเป็นเสียงสายฟ้าฟาด
เจ้าลัทธิอสุราต้วนหลิงทะยานไปในอากาศอย่างองอาจ ทุกย่างก้าวของเขาส่งร่างกายให้พุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ทั้งยังกินระยะทางไกลมากอีกด้วย
พลังปราณของต้วนหลิงดำเนินมาถึงขั้นกึ่งเทพศักดิ์สิทธิ์แล้ว เขาใกล้จะทำลายโซ่ตรวนของขั้นเซียนเทพและก้าวเข้าสู่ขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์อยู่รอมร่อ
ทว่าหมื่นไฟประลัยกัลป์กลับถูกผู้ฝึกตนขั้นนักพรตยุทธการห่วยๆ ชิงเอาไปเสียได้ ต้วนหลิงจึงไม่สามารถบรรลุอีกครึ่งขั้นที่เหลือได้
กระนั้นร่างกายของเขาก็บรรลุความแข็งแกร่งไปอีกระดับเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทำให้เขาเก่งกล้ากว่าผู้ฝึกตนขั้นเซียนเทพหลายเท่านัก
ใบหน้าของต้วนหลิงราบเรียบเหมือนน้ำนิ่ง เขาควบคุมพลังแห่งจักรวาลเสี้ยวหนึ่งแล้วหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับร่างกาย ทำให้ความเร็วในการเหาะเหินของเขามากยิ่งขึ้นไปอีก
‘ระดับสิบขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นระดับที่กว้างมา