ยอาการของเซียวเหมิงในตอนนี้ หากกินเข้าไปแม้แต่คำเดียวมีหวังไม่รอดแน่”
แม้เหล่าหมอหลวงจะกลัวคางคกขาเดียวจนแขนขาอ่อนเปลี้ยไปหมด แต่พวกเขาก็รู้สึกโกรธเคืองเมื่อเห็นเซียวเยียนอวี่ส่งวัตถุดิบราคาแพงในถุงให้ปู้ฟาง
หมอหลวงเหล่านี้มีความรู้ด้านการแพทย์ดีทีเดียว พวกเขารู้ดีว่าคนที่สุขภาพร่างกายเปราะบางไม่สามารถทานทนฤทธิ์ของยาบำรุงได้แน่นอน
ปู้ฟางปรายตามองเหล่าหมอหลวง ปากกระตุกเล็กน้อย
“หากพวกเจ้าเก่งมากทำไมไม่มาช่วยเซียวเหมิงเสียเองเล่า” ปู้ฟางพูดเสียงเรียบ
พอได้ยินคำพูดของชายหนุ่ม สีหน้าของบรรดาหมอหลวงก็เปลี่ยนไปทันที พวกเขากำลังจะวิพากษ์วิจารณ์ชายหนุ่มต่อ แต่เมื่อได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายพูด คำพูดที่เตรียมเอาไว้สั่งสอนไอ้หนุ่มปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมตรงหน้าก็ไหลกลับลงคอไปหมดสิ้น พวกเขาไม่รู้วิธีรักษาเซียวเหมิงจริงๆ
ในเมื่อไม่สามารถดุด่าปู้ฟางได้อีก บรรดาหมอหลวงจึงพ่นลมเยาะอย่างดื้อดึง จากนั้นก็สะบัดแขนเสื้อแล้วเอ่ย “แม้พวกเราจะไม่รู้วิธีรักษาเซียวเหมิง แต่ก็ใช่ว่าพ่อครัวจะรู้วิธีถอนพิษยาเสียเมื่อไหร่”
พวกเขาเหล่านี้เป็นถึงหมอหลวงประจำวังหลวง เป็นหมอที่ฝีมือเก่งกาจที่สุดในจักรวรรดิวายุแผ่ว เป็นแค่พ่อครัวจะไปรู้