ปู้ฟางก็หยุดเดิน เขาเบิกตากว้างพลางมองชายหนุ่มที่กำลังรวบรวมสติอยู่
เป่ยกงหมิงไม่เหลือเค้าความหล่อเหลาและสง่างามอีกต่อไป สภาพของเขาน่าเวทนา ร่างกายมีแต่รอยฟกช้ำและบาดแผล พลังปราณเที่ยงแท้ชุดสุดท้ายของเจ้าลัทธิอสุราเกือบทำชายหนุ่มพิการ โชคดีที่ขั้นปราณของเป่ยกงหมิงจัดได้ว่ายอดเยี่ยม เขาจึงอาศัยพลังปราณเที่ยงแท้ของตนเอาตัวรอดจากการโจมตีของอีกฝ่ายมาได้
เป่ยกงหมิงพูดไม่ออกเช่นกันตอนเห็นปู้ฟาง
นั่นเพราะปู้ฟางไม่คิดซ่อนเร้นพลังปราณเที่ยงแท้ที่โคจรอยู่รอบๆ ตัวเองแต่อย่างใด เป่ยกงหมิงมองแวบเดียวก็รู้ว่าอีกฝ่ายมีพลังปราณเพียงระดับเจ็ดขั้นนักพรตยุทธการ
การเห็นตัวตนของชายหนุ่มตรงหน้าอย่างทะลุปรุโปร่งทำให้เป่ยกงหมิงสับสนขึ้นมา
ระดับเจ็ดขั้นนักพรตยุทธการ...เล็ดลอดเข้ามาในสนามรบของเหล่าขั้นเซียนเทพได้อย่างไร สิ่งที่เห็นเป็นเพียงภาพลวงตาหรือว่าหมอนี่ป่วยทางจิตกันแน่
ระดับเจ็ดขั้นนักพรตยุทธการไม่ควรหลีกหนีไปให้ไกลจากศึกเช่นนี้หรือ
“เจ้า… เจ้ากำลังทำอะไร” เป่ยกงหมิงหรี่ตา ถึงสภาพจะกระเซอะกระเซิงแต่สายตายังเฉียบคมและมีพลังกดดันอยู่ในระดับเก้าขั้นเซียนเทพเช่นเดิม
ปู้ฟางปรายตามองเป่ยกงหมิงพลางเบ้ปาก เขาเมิ