ยออกมาจากร่างของพวกเขาได้ง่ายๆ โดยเฉพาะจากร่างของบุคคลที่เป็นผู้นำ แม้คนผู้นี้จะบอบบางร่างเล็ก แต่รัศมีนั้นไม่ได้ด้อยกว่าอสูรเวทระดับเก้าอย่างคางคกขาเดียวตัวใหญ่ยักษ์เลยสักนิด
ในที่สุดเหล่าจอมยุทธ์จากวิหารเทพเจ้าแห่งดินแดนป่ารกชัฏ… ก็มาถึงจนได้
…
ปู้ฟางมองต้วนอวิ๋นพลางปั้นยิ้มมารยา เขาเกียจคร้านเกินกว่าจะเอ่ยปากเตือนอีกฝ่ายจึงเลือกที่จะดูอยู่เงียบๆ
มีลานวงกลมโล่งเตียนล้อมรอบต้นผลเมฆาม่วงอยู่ แต่โครงกระดูกมากมายก็กระจัดกระจายอยู่ภายในนั้นด้วยเช่นกัน โครงกระดูกสีขาวราวภูตผีดูน่ากลัวเหมือนทุกคราว ราวกับกำลังกรีดร้องให้เห็นถึงอันตราย
ต้วนอวิ๋นมีทั้งฝีมือและความกล้า เขาไม่ใช่คนของดินแดนทางใต้และไม่เคยรู้สึกหวาดกลัวกับสนามฝึกซ้อมแห่งนี้ เขามีเพลิงสังเคราะห์และมีระดับพลังปราณที่ดีเยี่ยม จึงไม่ได้รู้สึกกังวลเรื่องความปลอดภัยของตนเองแต่อย่างใด
กระนั้นเพียงย่างเท้าเข้าไปในลานวงกลม เขากลับรู้สึกไม่ดีขึ้นมาเสียอย่างนั้น
พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของเขาเริ่มมีรอยร้าว จู่ๆ ขากรรไกรดุร้ายก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตา ทำเอาชายหนุ่มขนลุกขนชันไปทั้งตัว
ที่นี่มีอสูรเวทระดับแปดด้วยหรือ?!
เพลิงสังเคราะห์เริ่มแผ่ความร้อนออกมา ทันใดนั้น