กมาจากนครหลวง เจ้ามู่เฉิงอยากให้ปู้ฟางชดใช้สิ่งที่ทำไว้กับตนเหลือเกิน
เขาคิดไปว่าหากลัทธิอสุราเข้ามามีเอี่ยวด้วยในครั้งนี้ ปู้ฟางจะต้องลงไปคุกเข่าร้องขอชีวิตอยู่บนพื้นอย่างแน่นอน
แต่ความเป็นจริงนั้นช่างแสนโหดร้ายเหมือนฝ่ามืออรหันต์ที่ซัดเข้ามาตบหน้าจนสะดุ้งตื่น ความพ่ายแพ้ในครั้งนี้ทำลายความต้องการแก้แค้นของเขาไปจนหมดสิ้น แม้แต่ขั้นเซียนเทพยังต้องมาตายด้วยน้ำมือของร้านร้านนี้ แล้วลำพังตัวเขาจะไปมีปัญญาเอาชนะเพื่อกู้หน้าตนเองได้อย่างไร
หากเป็นตัวเขาที่ต้องต่อกรกับอสูรเวทขั้นเซียนเทพ… คงจะตายภายในไม่กี่ลมหายใจแน่
“ฮ่าๆๆ!”
เมื่อจีเฉิงเสวี่ยได้ยินข่าวเดียวกันนี้ เขาก็อึ้งไปสักพัก จากนั้นก็ระเบิดหัวเราะออกมาด้วยความดีใจ
เสียงหัวเราะของเขาดังสะท้อนอยู่ในอากาศ ดังลั่นไปทั่วบริเวณประตูเมือง ทำให้สีหน้าของทุกคนดูสบายใจขึ้นมาทันที
บรรดาขุนนางของจักรวรรดิที่อยู่บนกำแพงเมืองถอนใจออกมาด้วยความโล่งอก ความกระวนกระวายจับจิตบนใบหน้ามลายหายไป
เซียวเยวี่ยและเซียวเหมิงหันมามองหน้ากัน แล้วก็เห็นแววความปลอดโปร่งในดวงตาของอีกฝ่าย ราวกับภาระอันหนักอึ้งได้ถูกยกออกจากบ่าไปแล้ว
ใบหน้าซีดเผือดของเซียวเหมิงกลับดู