มถ่มน้ำลายไร้ค่าของเจ้าใส่ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้เด็ดขาด กลืนมันลงไปเสีย!”
เมื่อลมหายใจมังกรสีแดงฉานเกือบพุ่งเข้าใส่ร้านของปู้ฟาง เสียงสุขุมทว่าเจือด้วยความขุ่นเคืองเล็กน้อยของบุรุษก็ดังขึ้น
สุนัขสีดำตัวจ้อยไร้ซึ่งความสำคัญยืนนิ่งอยู่หน้าร้าน ทว่าจู่ๆ ปากของมันก็อ้ากว้าง เสียงเห่ากึกก้องแสบแก้วหูดังขึ้นพร้อมพลังรุนแรงที่ปล่อยออกมา
ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างนิ่งอึ้งไป
ภายในร้าน โอวหยางเสี่ยวอี้รีบวิ่งไปหลบอยู่หลังปู้ฟาง จากนั้นก็ค่อยๆ โผล่ใบหน้าแดงก่ำออกมามองเจ้าดำด้วยสายตาตื่นเต้น
“เจ้าดำลุกขึ้นมาสู้แล้ว”
แม้เสียงเห่าของเจ้าดำจะทรงพลังและกึกก้องเสียดหู แต่ก็ดูตลกชวนหัวร่อเมื่อเทียบกับเสียงคำรามของมังกรร้าย ทว่าฉากที่สร้างความแตกตื่นให้ผู้คนก็คลี่คลายลงอย่างรวดเร็ว
ลมหายใจที่พวยพุ่งออกมาจากปากของมังกรอุทกนั้นน่าหวาดหวั่นราวกับจะสามารถทลายสวรรค์กวาดล้างปฐพีได้ ทว่าเสียงเห่าของเจ้าดำกลับทำให้ลมหายใจมังกรโหมคืนใส่เจ้าของราวกับเป็นน้ำตกที่ไหลย้อนกลับ
หลังถูกความร้อนจากลมหายใจตัวเองเล่นงานเข้าเต็มๆ มังกรอุทกใหญ่ยักษ์ก็กระพือปีกอย่างบ้าคลั่ง กรงเล็บปัดป่ายไปทั่วอย่างไร้เป้าหมายพลางคำรามก้องไม่หยุดปาก เสียงเย้ยหยันและเสียงหัวเราะดังก้องขึ้นมาให้ได้ยิน
กลิ่นเนื้อย่างอ่อนๆ กระจายไปทั่วพร้อมกลิ่นไหม้เกรียมเจือจาง
หลังลูกไฟสลายหายไปหมดแล้ว ร่างของมังกรยักษ์ก็ปรากฏให้เห็นอีกครั้ง ความชั่วร้ายใน