นครหลวงของจักรวรรดิวายุแผ่ว
จีเฉิงเสวี่ยนั่งอยู่ลำพังในท้องพระโรง มือกำจดหมายแน่นจนมันยับย่น ดวงตาสีแดงก่ำเบิกกว้างขณะจ้องมองกระดาษตรงหน้าด้วยสีหน้าตื่นตกใจ
ผ่านไปพักใหญ่จนเมื่อใจที่ถูกบีบรัดก่อนหน้านี้เริ่มคลายลงบ้างแล้ว ชายหนุ่มก็ทิ้งตัวลงกับพนักบัลลังก์ราวกับว่าพลังงานในร่างถูกดูดไปจนหมดสิ้น
จดหมายหล่นจากมือปลิวลงบนพื้น
“ขะ… ขันทีเหลียนฟู่ตายแล้ว” จีเฉิงเสวี่ยพึมพำออกมา สีหน้าขมขื่นดวงตาหม่นแสง ในใจเต็มไปด้วยความเศร้าโศก เหตุใดเขาจึงอนุญาตให้ขันทีเหลียนฟู่ออกไปทำภารกิจตามล่าตัวจีเฉิงอวี่เพียงลำพังกัน เพราะมันไม่ต่างจากส่งให้อีกฝ่ายไปพบจุดจบเลยแม้แต่น้อย
ขันทีเหลียนฟู่เป็นผู้ฝึกตนระดับเจ็ดที่คอยปกป้องนครหลวงมาตั้งแต่รัชสมัยของจักรพรรดิฉางเฟิ่ง การมีเหลียนฟู่อยู่ทำให้วังหลวงปลอดภัยหายห่วง เพราะเขากับแม่ทัพใหญ่เซียวเหมิงผนึกกำลังกันพิทักษ์ปกป้องนครหลวง คอยป้องกันการรุกรานจากสำนักต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทว่าตอนนี้…หัวหน้าขันทีเหลียนฟู่ ผู้ฝึกตนระดับเจ็ดขั้นนักพรตยุทธการสิ้นชีพเสียแล้ว
ปัง!
จีเฉิงเสวี่ยใช้หมัดต่อยบัลลังก์ด้วยความโกรธเกรี้ยว ใบหน้าเจือทั้งความเสียใจและเดือดดาล ดวงตาแดงก่ำด้วยริ้วเลือด ชายหนุ่มขบฟันแน่นจนกรามขึ้นสัน
“ไอ้สารเลวจีเฉิงอวี่… ไม่ว่าเราสองคนจะมีความแค้นอะไรกัน แต่หัวหน้าขันทีเหลียนฟู่ก็เป็นคนเก่าคนแก่ที่เห็นเรามาแต่เล็กแต่น้อย เจ้ายังกล้าสังหารเขาได้!”
จ