นตระกูลเซียวแม้แต่น้อย หรือจะพูดให้ถูกก็คือ เขาไม่แยแสคนพวกนี้แต่แรกแล้ว จึงไม่ได้ใส่ใจว่าพวกเขาจะคิดอ่านอย่างไร
แต่ถึงกระนั้นชายหนุ่มก็ยังรู้สึกขัดใจกับคำพูดไร้แก่นสารของเซียวเคอเฉิงยิ่งนัก ชายผู้นี้ไม่คิดญาติดีกับปู้ฟางมาตั้งแต่ต้น แถมตอนนี้ยังมาก่อเรื่องด้วยการพูดจาไม่มีสาระอีก ดังนั้นปู้ฟางจึงเสียอารมณ์เจนออกอาการ
“ข้าน่ะหรือให้พิษเขาเพิ่ม พูดอะไร เจ้ามีปัญหาอะไรกัน”
ปู้ฟางไม่สนใจดวงตาที่เปียกรื้นของหลินฉินเอ๋อร์ โดยเฉพาะเมื่อนางกำลังจะได้เห็นฤทธิ์ของอาหารจานนี้ในไม่ช้า
สายตาของชายหนุ่มจับจ้องไปที่เซียวเคอเฉิง ทำเอาอีกฝ่ายตัวสั่นงันงกด้วยความกลัว
“จะ… เจ้าจะทำอะไรน่ะ ที่นี่บ้านตระกูลเซียว… อย่าแม้แต่จะคิดก่อเรื่องเชียว!” กล้ามเนื้อบนใบหน้าของเซียวเคอเฉิงกระตุก บุรุษตรงหน้าเขานั้นช่างแข็งแกร่ง ถึงขนาดสามารถกำราบอสูรเวทระดับเจ็ดได้ หากจะต้องมีปัญหากันจริงๆ เจ้าหนุ่มคนนี้ย่อมทำให้ชีวิตของเขาลำบากได้แน่… เซียวเคอเฉิงคิดด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
“ข้าเกลียดนักเวลามีคนกังขาอาหารที่ข้าทำ ทำให้เขาติดพิษหนักกว่าเก่าหรือ หึ… ข้าต้องขอบอกว่าไม่ชอบใจเลยที่ได้ยินเช่นนี้” ปู้ฟางกล่าวอย่างเย็นชา
“ข้า… ข้าจะเข้าใจเป็นอื่นไปได้อย่างไร ดูพี่ชายข้าสิ… ตอนนี้เขาทรมานยิ่งกว่าก่อนเสียอีก!” เซียวเคอเฉิงแสร้งทำเป็นโกรธด้วยการใช้เสียงเข้ม แต่เขาก็ยังรู้สึกมั่นใจอยู่บ้างเพราะเซียวเคออวิ่นดูเจ็บปวดยิ่งกว่าเม