เปรี้ยวหวานก็ออกจากกระทะ ชายหนุ่มราดซอสขี้เมาลงไปพอสมควร จากนั้นก็หยิบชามเดินออกจากครัวไป
“ฝึกทักษะการใช้มีดและการแกะสลักของเจ้าต่อไป เดี๋ยวข้าจะทดสอบความคืบหน้าในการทำข้าวผัดไข่ของเจ้า” ปู้ฟางเดินผ่านอวี่ฝูพลางพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย จากนั้นก็เดินเข้าไปในบริเวณร้านแล้วยกไม้กระดานปิดหน้าร้านออก
“เจ้าดำ ได้เวลากินข้าวแล้ว” ปู้ฟางเอ่ย
ชายหนุ่มวางจานซี่โครงเปรี้ยวหวานลงตรงหน้าเจ้าดำ จากนั้นก็ลูบขนที่หลังของมันอย่างอ่อนโยน ก่อนลุกขึ้นยืนแล้วลากเก้าอี้มานอนขดอยู่ข้างประตูร้านตามกิจวัตร
ลมฤดูใบไม้ผลิตอนเช้านั้นหนาวเย็นพอตัว แต่ก็พัดอย่างอ่อนโยนและเชื่องช้า ทำให้ใครก็ตามที่ได้สัมผัสล้วนรู้สึกอยากลาไปนอนขึ้นมาทันที
ในห้องครัว อวี่ฝูหยิบมีดที่นางเลือกเมื่อวานมาเริ่มหั่นวัตถุดิบที่ปู้ฟางเตรียมไว้ให้ วัตถุดิบกองนั้นเยอะเต็มกะละมังใบใหญ่เลยทีเดียว
อวี่ฝูฝึกทักษะการใช้มีดอย่างขมักเขม่น แม้แต่คนที่เก่งกาจหาตัวจับยากอย่างเถ้าแก่ปู้ยังต้องฝึกทุกวัน แล้วนางเป็นใครจะมาบ่ายเบี่ยงการทำงานหนักเช่นนี้
ไม่นานหลังจากนั้น ร้านเล็กๆ แห่งนี้ก็เต็มไปด้วยเสียงคุยเจื้อยแจ้ว หลายคนร้องเรียกเถ้าแก่ปู้ จากนั้นก็ตามมาด้วยรายการอาหารที่พวกเขาสั่ง
อวี่ฝูมองกะละมังที่เพิ่งเต็มไปได้ครึ่งเดียว ส่วนข้อมือก็เริ่มปวดจนชา นางรู้สึกกระวนกระวายขึ้นมา
ปู้ฟางเดินเข้าครัวมาเจออวี่ฝูที่กำลังลุกลี้ลุกลน เขาจึงทำหน้างง“เป็นอะไรไป ข