นระอุขึ้น
นางสูดหายใจเข้า กลืนผลไม้คำสุดท้ายลงคอ ใบหน้าแดงก่ำ พลางกัดริมฝีปากล่างของตนเอง ดวงตาดูพร่ามัวเล็กน้อย
ตอนนี้นางไม่ได้ยินเสียงจากโลกภายนอกโดยทั้งสิ้น เนื่องจากภายในหูมีแต่ท่วงทำนองของการตื่นรู้ที่ฟาดกระหน่ำลงมาเหมือนสายฟ้าพิโรธ เสียงนี้เปรียบเหมือนตัวโน้ตดนตรีที่หมุนวนโอบล้อมร่างกายของนางเอาไว้ ทำให้เห็นภาพหนึ่งในมโนจิต
ทุกครั้งที่กระแสแห่งท่วงทำนองนี้ก้องออกมา นางจะรู้สึกได้ว่าตนเองกำลังก้าวเข้าไปใกล้ขั้นเทพแห่งสงครามอีกขั้นแล้ว จนท้ายที่สุดนางก็มายืนอยู่ในจุดที่ห่างออกไปเพียงก้าวเดียวเท่านั้น
ปู้ฟางมองกระแสพลังปราณปริมาณมหาศาลและบรรยากาศประหลาดรอบตัวหนี่หยัน แล้วก็รู้ได้ทันที…ว่าหญิงสาวผู้นี้กำลังตกอยู่ในสภาวะตื่นรู้ ทันทีที่เดินมาอยู่ตรงจุดนี้ นางก็เข้าใกล้การบรรลุมากเสียจนเรียกได้ว่าห่างเพียงปลายจมูกเท่านั้น
ในเมื่อนางอยู่ในสภาวะตื่นรู้แล้ว จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะไม่บรรลุขั้นปราณ
การตื่นรู้…เป็นสิ่งที่ทุกคนเฝ้าถวิลหา แต่กลับมีหลายคนที่ไม่เคยเดินมาถึงจุดนี้ตลอดชีวิต
เซียวเหมิงมองหนี่หยันด้วยความอิจฉาขณะที่นางกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ในสภาวะตื่นรู้ เขารู้ดีว่าอาหารฝีมือปู้ฟางนั้นได้ผล และอยากให้เป็นตัวเองที่นั่งอยู่ตรงนั้นแล้วได้กินประตูมังกรทะยานเข้าไป
หลายคนอาจเคลือบแคลงสงสัยในตัวปู้ฟาง แต่เซียวเหมิงรู้จักร้านของชายหนุ่มเป็นอย่างดี และรู้ดีว่าร้านแห่งนี้มีอาหารหลายจานที่ม