ของเถ้าแก่ปู้ย่อมต้องรับศึกหนักแน่
จีเฉิงเสวี่ยยกมือนวดคิ้วพลางเปิดตาขึ้นแล้วถอนหายใจ
“ช่างมัน จะมาหนักใจกับเรื่องนี้ไปก็คงป่วยการ เพราะข้าเองก็คิดหาทางออกดีๆ ไม่ได้เลย เถ้าแก่ปู้ต้องสู้ด้วยตนเองเสียแล้ว บางทีเขาอาจจะมีไพ่ตายซุกซ่อนเอาไว้ก็เป็นได้ ถึงอย่างไรก็ยังมีอสูรเวทในตำนานคอยอารักขา บางที… เจ้าพวกระดับแปดขั้นเทพแห่งสงครามคงจะเดินดุ่มๆ เข้าไปทำลายทุกอย่างไม่ได้ง่ายๆ กระมัง”
…
อูอวิ๋นไป๋พิจารณาบุรุษที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างลึกซึ้ง ชายผู้นี้สวมเสื้อผ้าสบายๆ และมีหน้ากากเงินปกปิดใบหน้าอยู่ครึ่งหนึ่ง นางก้าวเท้าถอยหลังไปก้าวหนึ่งตามสัญชาตญาณ
“ศิษย์พี่จ่านคง ทำไม…ท่านถึงมาอยู่ที่นี่ได้” อูอวิ๋นไป๋พูดด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วนเล็กน้อย
บุรุษสวมหน้ากากยังคงสภาพพร้อมต่อสู้ เขาก้มลงมองพื้นห้องที่อูอวิ๋นไป๋อาศัยอยู่ก่อนจะย่นคิ้ว
“อาอู่บอกว่าเจ้าเจ็บหนัก แต่ดูท่าทางแล้ว… คงจะไม่เท่าใดกระมัง”
น้ำเสียงของชายหนุ่มนุ่มนวลน่าหลงใหล แต่ก็ยังเจือไปด้วยความเข้มงวดและเย็นชา
“ท่านขุนพลจ่านคง เมื่อไม่กี่วันก่อนนางเจ็บหนักจริงๆ ขอรับ แต่ก็ได้รับการรักษาจนหายดีจากบุคคลท่านหนึ่ง” อาอู่อาจารย์อาอู่ตอบอย่างเคารพนบนอบ บุรุษผู้เย็นชาตรงหน้าเขานี้ไม่ใช่คนธรรมดา
เขาผู้นี้คือหนึ่งในสี่ยอดขุนพลแห่งตำหนักเมฆาขาว ระดับปราณอยู่ที่ระดับแปดขั้นเทพแห่งสงครามและทักษะการยุทธ์ก็น่าเกรงขามยิ่ง บุรุษผู้นี้ครั้งหนึ่งเคยฉีกอสูรเ