รือ ในเมื่อมันทำมาจากเนื้อของวัวมังกรพเนจรอสูรเวทระดับเจ็ด แน่นอนว่าย่อมเปี่ยมไปด้วยพลังปราณอยู่แล้ว ส่วนรสชาตินั้นปู้ฟางก็พิสูจน์มาแล้วด้วยตนเองว่าอร่อยเลิศล้ำ
เป็นธรรมดาที่อาหารซึ่งปรุงขึ้นจากวัตถุดิบสองชนิดนี้ย่อมมีรสชาติเหนือชั้นไม่มีใครเทียม
ตอนนี้ร่างของอู๋อวิ๋นไป่พลุ่งพล่านไปด้วยพลังปราณและพลังชีวิต นางต้องหาสถานที่ทำสมาธิเพื่อย่อยพลังงานเหล่านี้ รวมถึงฟื้นฟูอาการบาดเจ็บของตัวเอง
ดังนั้นอาจารย์อาอู๋กับหญิงสาวจึงรีบเอ่ยร่ำลาปู้ฟางแล้วจากไปอย่างรวดเร็ว
ก่อนไปนางยังไม่ลืมที่จะปรายตามองอาหนี่ด้วยสายตาที่อ่านได้ว่า “หวังว่าเจ้าจะไม่ลืมสัญญาที่ให้ไว้หรอกนะ” ด้วย
อาหนี่พยักหน้ารับพลางก้มหัวแสดงความขอบคุณที่อีกฝ่ายเข้ามาช่วยเหลือในภารกิจครั้งนี้
อู๋อวิ๋นไป่พยักเพยิดรับคำขอบคุณเงียบๆ จากนั้นก็เดินออกไปพร้อมอาจารย์อาอู๋
“เถ้าแก่ปู้… ได้เวลาที่ท่านจะรักษาท่านลุงหยูเฟิ่งแล้วหรือยัง” อาหนี่ถามด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล
หยูฟู่ที่กังวลไม่แพ้กันมองหน้าปู้ฟางด้วยสายตาคาดหวัง
ทว่าปู้ฟางกลับทำเพียงกวาดสายตามองคนทั้งคู่อย่างไม่ใส่ใจก่อนจะพูดออกมา “ใจเย็น ข้าบอกไปแล้วว่าต้องรอให้ร้านปิดก่อน ข้าถึงจะทำอาหารโอสถทิพย์เพื่อช่วยชีวิตเขา ข้าพูดคำไหนคำนั้นไม่เคยบิดพลิ้ว ดังนั้นอย่าเร่ง”
จากนั้นเขาก็เดินกลับเข้าครัวไปด้วยท่าทางสงบนิ่งเป็นที่สุด
อีกด้านหนึ่งโอวหยางเสี่ยวอี้ค่อยๆ เดินเข้าไปหาต้นตื่นรู้ทางห้าสา