้ว ชายหนุ่มย่อมไม่คิดออมฝีมือแต่อย่างใด
เขาหย่อนตัวลงบนเก้าอี้ด้วยท่าทางสงบพลางเอ่ยปากพูดคุยกับอาหนี่ เพราะใช้เวลาอยู่ในครัวมาตลอดทั้งวัน ปู้ฟางจึงอยากผ่อนคลายกับเขาเสียหน่อย แต่เห็นได้ชัดว่าอาหนี่และหยูฟู่นั้นกำลังอยู่ในอาการวิตกกังวล หากเลือกได้พวกเขาก็อยากให้ปู้ฟางรีบลุกขึ้นมาปรุงอาหารโอสถทิพย์ให้รู้แล้วรู้รอด
เมื่อพักผ่อนเพียงพอแล้ว ในที่สุดปู้ฟางก็ลุกยืนแล้วเดินกลับเข้าครัวไปปรุงอาหารโอสถทิพย์ท่ามกลางสายตาคาดหวังของมนุษย์อสรพิษสองตน
ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ในเผ่าของมนุษย์อสรพิษ เขามีเพียงอุปกรณ์ครัวพื้นๆ ให้ใช้สอย การใช้เครื่องครัวหยาบๆ พวกนั้นทำให้โจ๊กเนื้อวัวมังกรพเนจรมงกุฎเลือดออกฤทธิ์เพียงหนึ่งในสิบจากที่ควรจะเป็น ทว่าตอนนี้เมื่อได้ใช้ครัวของตนเอง ปัญหาที่ว่าย่อมไม่เกิดขึ้นแน่
“โจ๊กเนื้อวัวมังกรพเนจรมงกุฎเลือดหรือ อืม…น่าจะต้องปรับปรุงสูตรนิดหน่อย” ขณะกำลังยืนอยู่หน้าเตา ความคิดของเขาก็ถูกสิ่งที่ผุดขึ้นมาแบบปัจจุบันทันด่วนขัดขึ้น
ขั้นแรกเขาหยิบมงกุฎเลือดชิ้นใหญ่ที่ตัดจากหัวของงูเหลือมทมิฬอสูรเวทระดับเจ็ดในตู้เก็บของของระบบออกมา มงกุฎเลือดนั้นเป็นส่วนที่งูเหลือมทมิฬกักเก็บพลังชีวิตของมันเอาไว้ ดังนั้นมันจึงเป็นวัตถุดิบหลักของอาหารโอสถทิพย์ในครั้งนี้
“ถ้าใส่ข้าวโลหิตมังกรเข้าไปอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้อาหารโอสถทิพย์ก็เป็นได้” ชายหนุ่มพึมพำกับตนเองพลางลูบคางไปด้วย
ยิ่งคิดปรับปรุงส