ามายเล็กน้อย กลิ่นข้าวที่ลอยมาเข้าจมูกนั้นมีความหวานสดชื่น ทำให้ร่างกายเย็นสบายผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด
เขาตักข้าวโลหิตมังกรทองที่สุกกำลังพอดีมาใส่ตรงกลางจานกลม ข้าวโลหิตมังกรทองสีแดงเรื่อมันวาวกินพื้นที่ไปกว่าครึ่งของจาน กลิ่นหอมสดชื่นทำให้ใครก็ตามที่ได้กลิ่นต่างรู้สึกหิวขึ้นมาทันที
พอหุงข้าวเสร็จ ปู้ฟางก็หันกลับไปสนใจกระทะที่ส่งเสียงเดือดปุดและมีกลิ่นเนื้อลอยล่องออกมา
ชายหนุ่มปิดเตาพลางเปิดฝากระทะ ควันร้อนสีขาวพุ่งออกมาพร้อมลูกระเบิดกลิ่นเนื้อที่เข้ามาปะทะใบหน้า
น้ำซอสเหนียวข้นในกระทะเดือดปุด เนื้อวัวมังกรพเนจรหอมฉุยมันเป็นประกายชุ่มโชกไปด้วยน้ำซอสนั้น
ปู้ฟางพลิกกระทะอีกครั้งอย่างชำนาญ ก่อนจะใช้ช้อนตักเนื้อวัวมังกรพเนจรออกจากกระทะ แล้วค่อยๆ วางเนื้อลงตรงที่ว่างข้างๆ ข้าวโลหิตมังกร กลิ่นข้าวและเนื้อที่ผสานกันเป็นหนึ่งเดียวหอมมากเสียจนทำให้นึกถึงอาหารชนิดอื่นไม่ออกเลยทีเดียว
น้ำซอสข้นที่ชายหนุ่มเทลงบนข้าวโลหิตมังกรและเนื้อวัวมังกรพเนจรไหลลงจานพร้อมไอร้อนฉ่า
น้ำซอสข้นแทบเรืองแสงสว่างเจิดจ้าภายใต้แสงไฟ เนื้อวัวมังกรพเนจรในน้ำซอสสั่นไหวจากไอร้อนที่เข้ามากระทบ น้ำซอสไหลเข้าไปในช่องระหว่างเมล็ดข้าวโลหิตมังกร ทำให้กลิ่นที่ถูกกักเก็บอยู่ภายในเข้มข้นขึ้น
ปู้ฟางดีดนิ้วพลางยิ้มออกมา อาหารซึ่งมีขั้นตอนการทำที่ทั้งเรียบง่ายและยากเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว
“ข้าวโลหิตมังกรหน้าเนื้อ สำเร็จ”