นักบวชหนุ่มฉางเต๋อพนมมือไหว้ ใบหน้าของเขาดูอ่อนโยนด้วยรอยยิ้มที่ใช้ความพยายามเป็นอย่างยิ่งในการเค้นกล้ามเนื้อทุกมัดบนใบหน้า สายตาของเขามองไปยังปู้ฟาง กระนั้นดวงตาคู่นั้นก็ยังคมกริบราวกระบี่ที่ทอแสงวาบ
มนุษย์อสรพิษหญิงเช่นนั้นหรือ ปู้ฟางตกใจ แต่ก็ยังคงรักษาท่าทีสงบเอาไว้ได้ภายใต้สายตาคมกริบของนักบวชหนุ่ม ชายหนุ่มเจ้าของร้านยิ้มออกมา
“รู้จักสิ” ชายหนุ่มเอ่ยตอบ ยังคงนิ่งเหมือนเคย สีหน้าไม่เปลี่ยนแม้สักนิด
ชายหนุ่มเองก็สงสัยว่าเหตุใดมนุษย์อสรพิษจึงยังไม่มาเสียที ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะเจออุปสรรคระหว่างทางจริงๆ เสียด้วย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแต่อย่างใด… เนื่องจากนครหลวงทุกวันนี้เปรียบเสมือนจุดศูนย์กลางของพายุ เมื่อคืนนี้ร้านของเขายังถูกผู้ฝึกตนฝีมือแก่กล้าล้อมเอาไว้เลย
มนุษย์อสรพิษเองก็เป็นสิ่งมีชีวิตหายาก เมื่อเข้ามาสู่โลกของมนุษย์ธรรมดา จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเจอ… เหตุการณ์ไม่คาดฝัน
แต่นักบวชนี่ตั้งใจจะบอกอะไรกันแน่
ปู้ฟางมองนักบวชหนุ่มฉางเต๋อด้วยสายตาตั้งคำถาม “แล้วการที่เจ้ามาบอกข้านั้นต้องการอะไร”
ตอนแรกนักบวชหนุ่มดูพึงพอใจเมื่อได้ยินคำตอบของปู้ฟาง แต่พอได้ฟังคำถามที่ตามมาก็กลับต้องนิ่งอึ้งแทน เขาไม่รู้ว่าจะต้องตอบคำถามนั้นอย่างไร เนื่องจากจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์เจ้ามู่เฉิงเป็นคนจับมนุษย์อสรพิษมา ไม่ใช่เขา
“ถ้าเจ้าไม่มีปัญญาช่วยพวกนั้น ก็พามาที่ร้านข้าแล้วกัน” ปู้ฟางเหลือบตามองชายหั