ดเขาสูงจนอากาศบางเบา หิมะยังคงโปรยปราย ส่วนอุณหภูมิก็หนาวกว่านครหลวงมาก แต่เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาเยือน ความอบอุ่นก็เริ่มกลับคืนมาอีกครั้ง
ชายหนุ่มในชุดผ้าฝ้ายเรียบง่ายค่อยๆ เดินออกมาจากบ้านหลังคามุงจาก
ชายผู้นี้ถือไม้กวาดอยู่ในมือ เขาเดินไปยังบริเวณสุสานหลวงที่ดูอึมครึมแต่ก็ทรงเกียรติอย่างไม่รีบร้อน ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยหลุมศพมากมาย ชายหนุ่มใช้ไม้กวาดในมือกวาดใบไม้ที่ตกลงบนหลุมศพเหล่านั้น
เสียงกวาดใบไม้ดังก้องไปทั่วสุสานหลวงที่เงียบสงัด เกิดเป็นเสียงสะท้อนน่าวังเวงใจ
“จึ๊ๆ… ราชาอวี่ผู้เคยยิ่งใหญ่แห่งยุคสมัยเรา กลับพ่ายแพ้หมดสภาพในการต่อสู้แย่งชิงราชบัลลังก์ จนตอนนี้ต้องตกอับหมดสิ้นหนทางจนสารรูปดูมิได้ ความรุ่งโรจน์เมื่อปีก่อนถูกสายน้ำแห่งการเวลาพัดพาหายลับไปแล้วหรือ ช่างน่าอดสูสังเวชใจอะไรเช่นนี้”
จู่ๆ สุสานที่เงียบสงัดก็กึกก้องไปด้วยเสียงหัวเราะ ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าฉึบฉับบาดหู
ชายที่กำลังถือไม้กวาดอยู่ในมือตัวแข็งทื่อทันที เขายืดหลังตรง หรี่ตามองชายหนุ่มตรงหน้าที่กำลังหัวเราะคิกคัก สายตาของเขาตายด้านราวกับขี้เถ้า ใบหน้าเรียบเฉยไร้ซึ่งอารมณ์
เจ้ารู่เก๋อสวมชุดขาวสะอาด เดินเอามือไพล่หลังเข้ามาหา ด้านหลังมีองครักษ์สองสามคนในชุดคลุมสีดำปกปิดใบหน้ามิดชิดจนมองไม่เห็น พลังปราณที่แผ่ออกจากร่างของเหล่าชายชุดดำแข็งแกร่งเป็นอันมาก แซงหน้าทหารเฝ้าสุสานหลวงไปไกล
เจ้ารู่เก๋อก้าวยาวๆ วนรอบทางเข้าสุสาน