บนถนนหนทางในนครหลวง บรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างกำลังเร่ขายของ ตะโกนโพนทะนาสรรพคุณของสินค้าตนให้ผู้ที่สัญจรไปมาได้ดูได้ฟัง
นักบวชหนุ่มไร้ผมในชุดผ้าฝ้ายสีดำเดินถือเข่งใส่ซาลาเปานึ่งอยู่ในมือ พลางยัดซาลาเปาไส้เนื้อเข้าปาก
ซาลาเปาสีขาวไส้เนื้อที่ร้อนจนควันฉุยดูไม่มีผลอะไรต่อนักบวชหนุ่มแม้แต่น้อย เขาใช้มือหนึ่งหยิบซาลาเปาขึ้นมาแล้วกัดเข้าไปเต็มคำ ทำให้น้ำที่อยู่ภายในกระจายไปทั่ว กลิ่นเนื้อลอยฟุ้งไปในอากาศ
ไม่นานซาลาเปาทั้งหมดก็หายวับลงท้อง ชายหนุ่มเดินไปกินไปจนหมด
นักบวชหนุ่มโยนเข่งอาหารว่างเปล่าทิ้งไปข้างทางส่งๆ พลางยกชายเสื้อผ้าฝ้ายขึ้นมาเช็ดปาก จากนั้นก็เอาโถน้ำเต้าที่สะเอวออกมาเทเหล้าเข้าปาก สีหน้าดูมีความสุขยิ่ง
“มีทั้งเหล้ามีทั้งเนื้อ… ชีวิตนี้ข้ายังจะต้องการอะไรอีก!” นักบวชหนุ่มยิ้มกรุ้มกริ่ม จากนั้นก็ก้าวยาวๆ ไปยังร้านเล็กๆ ของฟางฟาง
พอมาถึงตรอกทางเข้า เขาก็ต้องชะงักกึกทันที เนื่องจากสัมผัสได้ถึงพลังปราณแก่กล้าน่ากลัวที่ไหลทะลักออกมาจากร้าน นักบวชหนุ่มยกน้ำเต้าขึ้นซดอีกครั้ง ใบหน้าจริงจังยิ่งกว่าเคย
“ขั้นนักพรตยุทธการประสาทกลับที่ไหนมานั่งฝึกปราณสำแดงเดชให้ชาวบ้านชาวช่องดูกลางเมืองกัน” นักบวชหนุ่มระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
พักนี้มีขั้นนักพรตยุทธการอยู่ยั้วเยี้ยเต็มนครหลวงไปหมด แต่ทุกคนก็ต่างเหมือนถูกมัดมือเอาไว้ ไม่มีใครกล้าทำอะไรเกินหน้าเกินตา เนื่องจากตอนนี้เป็นช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อท