ศ ตั้งสมาธิฝึกปราณไม่ได้อีกต่อไป ชายหนุ่มกระโจนไปเปิดประตู แล้วเหาะออกจากห้องไปโดยที่เท้าเหยียบอยู่บนกระบี่
“มีสุราดีขนาดนี้อยู่ แล้วข้าเซียวเยวี่ยจะพลาดได้อย่างไร! ฮ่าๆๆ!”
…
ในตำหนักโอวหยาง เสียงกรนเหมือนฟ้าคำรามดังสะท้อนอยู่ในห้องนอนของสามยักษ์ร้ายแห่งตระกูลโอวหยาง สามพี่น้องนอนห้องเดียวกันแต่เด็กจนเคยชิน ทุกคืนพวกเขาจะประสานเสียงแข่งกันกรนเหมือนพายุเข้า จนไม่ต้องให้มีคนมาเฝ้ายามด้วยซ้ำ เนื่องจากลำพังแค่เสียงก็ทำให้หัวขโมยไม่อยากเข้าใกล้แล้ว
ทันใดนั้นเสียงกรนที่ปกติจะดังประสานกันตลอดทั้งคืนก็พลันหยุดลง จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงคนสามคนจึ๊ปากพร้อมกัน สามพี่น้องตระกูลโอวหยางตาสว่างโพลง พวกเขาสูดเอากลิ่นสุราในอากาศเข้าไปอย่างตะกละตะกลาม พฤติกรรมเหมือนสุนัขที่ได้กลิ่นเนื้อของโปรดไม่มีผิด
ตึง ตึง ตึง!
สามพี่น้องลุกขึ้นจากเตียงอย่างพร้อมเพรียงกันเพื่อไปสวมเสื้อผ้า น้ำลายไหลย้อยจากริมฝีปากขณะทำจมูกฟุดฟิดอีกครั้ง จากนั้นก็พากันพุ่งพรวดออกจากห้องไปเหมือนพายุพัดหอบ วิ่งตรงไปที่ต้นตอของกลิ่นทันที
คืนนั้นเป็นคืนที่หลายต่อหลายคนนอนไม่หลับ
ด้วยความที่กลิ่นสุราแพร่กระจายกินวงกว้างไปกว่าครึ่งของนครหลวง บรรดานักดื่มทั้งหลายจึงพากันเดินตามกลิ่นหอมหวนไปเพื่อให้เจอต้นตอ
…
ปู้ฟางเช็ดเหงื่อพราวออกจากหน้าผาก ริมฝีปากคลี่ยิ้ม เขามองของเหลวภายในเหยือกแล้วถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
ของเหลวทั้งสี่ชนิดเต็มไปด