ที่ด้านนอกนครหลวง คนกลุ่มหนึ่งกำลังตรงเข้ามาอย่างช้าๆ เสียงล้อของรถม้าสะท้อนก้องอยู่ในอากาศ
พลังปราณแข็งแกร่งตีขึ้นลงเป็นกระแสแผ่ออกจากคณะนี้ ทุกคนในขบวนดูตื่นเต้นมีชีวิตชีวาเสียจนดวงตาแทบจะปล่อยลำแสงออกมาได้
ในขบวนนั้นมีกรงขังนักโทษขนาดใหญ่มาด้วย ในนั้นมีผู้ถูกจองจำอยู่ด้วยกันสามชีวิต…
หากปู้ฟางได้อยู่ในที่แห่งนี้ด้วย เขาคงจำร่างทั้งสามร่างได้อย่างแน่นอน เนื่องจากดูประหลาดไม่เหมือนมนุษย์ปกติ ช่วงล่างของทั้งสามแทนที่จะมีขาเหมือนคนทั่วไป กลับเป็นลำตัวของงูแทน
“พี่อาหนี่ นี่น่ะหรือนครหลวงของจักรวรรดิวายุแผ่ว” เสียงขลาดๆ ดังออกมาจากภายในกรง
มนุษย์อสรพิษที่ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลบิดลำตัวกลับมาเล็กน้อย จากนั้นก็แยกเขี้ยวด้วยความเจ็บปวดพลางสูดลมเย็นเข้าปอด
“จากที่พวกนี้คุยกันดูเหมือนว่าจะใช่นะ…” ร่างกายหนาช่วงบนของอาหนี่เต็มไปด้วยแผลเป็นและรอยฟกช้ำมากมาย เขาหายใจแผ่วเหมือนหมดเรี่ยวแรง แต่ก็ยังพยายามบังคับให้ตนเองฝืนยิ้มขณะเอ่ยตอบ
หยูฟู่พยักหน้า นางเหลือบตาไปมองหยูเฟิ่งผู้เป็นบิดาที่นอนหลับตาสนิทอยู่ข้างกาย แล้วก็อดถอนใจออกมาไม่ได้
“แม้เราจะเพิ่มความเร็วในการเดินทางขึ้นจนคิดว่าจะมาถึงได้ในครึ่งเดือน แต่นั่นก็เป็นเพียงข้อสมมติเท่านั้น ท่านลุงหยูเฟิ่งรู้แต่แรกแล้วว่าถึงอย่างไรก็มาไม่ทันแน่นอน ท่านจึงจัดการปิดพลังงานสารัตถะของตนเองเพื่อจำศีลไปเรียบร้อย ท่านลุงหยูเฟิ่งปกติดี ไม่ต้องเป็นห่วงไป