กรงกลัวอยู่เหมือนกัน
“พี่ใหญ่อาหนี่ เรามาถึงนครหลวงแล้ว จะให้ปลุกท่านพ่อเลยหรือไม่” หยูฟู่ถาม
อาหนี่ดูจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเล็กน้อย มุมปากของเขากระตุก “ให้ตายเถอะ… ที่นี่ก็มีขั้นนักพรตยุทธการเช่นกัน” จำนวนของขั้นนักพรตยุทธการที่อาหนี่เจอแค่วันนี้วันเดียว ยังมากกว่าจำนวนที่เขาเคยเจอมาเป็นสิบปีเสียอีก
เหมือนดังคำพูดที่ว่าโลกนี้ช่างกว้างใหญ่ไพศาลนัก หากไม่ออกสำรวจโลกกว้าง… จะรู้ได้อย่างไรว่าตัวของเรานี้ช่างกระจ้อยร้อยไร้ความหมายเพียงใด
“ปลุกเลย… มิเช่นนั้นเราคงหลุดออกจากคนกลุ่มนี้ไม่ได้” อาหนี่ยิ้มขื่นพร้อมเอ่ยตอบ
ดวงตาของหยู่ฟู่เป็นประกาย นางหยิบสมุนไพรออกมาบดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย พลางยัดใส่ปากหยูเฟิ่งผู้เป็นบิดา
…
“รายงานใหม่ขอรับ! ท่านแม่ทัพ มีขั้นนักพรตยุทธการเดินทางเข้ามาในนครหลวงเพิ่มอีกแล้วขอรับ…”
“รายงานใหม่ขอรับ! ท่านแม่ทัพเซียว มีขั้นนักพรตยุทธการเข้าเมืองหลวงพร้อมขี่อสูรเวทระดับเจ็ดมาด้วยขอรับ…”
“รายงานใหม่ขอรับ! ท่านแม่ทัพเซียว ที่ประตูเมืองมีขั้นนักพรตยุทธการจากเผ่าพันธุ์ไม่ทราบที่มากำลังต่อสู้กับขั้นนักพรตยุทธการมนุษย์ขอรับ…”
…
ศีรษะของเซียวเหมิงแทบระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ หลังจากได้ยินรายงานชวนปวดหัวเรื่องแล้วเรื่องเล่า จนเขาอดไม่ได้ที่จะลูบแก้มของตัวเองเพื่อให้ใจเย็นลง ภายในเดือนเดียว ผู้ฝึกตนขั้นนักพรตยุทธการในนครหลวงก็เพิ่มจำนวนขึ้นจนทำให้หัวใจของเขายังต้องสั่นไหวเลย