ณ ท้องพระโรงของวังหลวง
หลังงานเลี้ยงเมื่อคืน ท้องพระโรงของวังหลวงก็กลับมาว่างเปล่าไร้ผู้คนอีกครั้ง บรรดาขุนนางพากันกลับไปทีละคนสองคน เหลือแต่เหล่าขันทีที่กำลังเก็บกวาดพื้นที่ให้กลับมาสะอาดเอี่ยมดังเดิม
ความครึกครื้นจอแจเมื่อคืนดูเหมือนเป็นเพียงความฝันของวันวาน ด้านในสุดของโถง มีเพียงจีเฉิงเสวี่ยที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ จักรพรรดิหนุ่มนั่งงอตัวอยู่บนนั้นพลางลูบคางตนเองด้วยสีหน้าครุ่นคิด
เซียวเหมิงค่อยๆ เดินเข้ามาในท้องพระโรงจากด้านนอก เขามาหยุดอยู่เบื้องหน้าบัลลังก์แล้วโค้งคำนับให้จีเฉิงเสวี่ยเล็กน้อย
“ได้ไปสกัดการแพร่ข่าวแล้วหรือยัง”
จีเฉิงเสวี่ยมองเซียวเหมิง จากนั้นก็นวดบริเวณหว่างคิ้วและตาด้วยความเหนื่อยล้า
เซียวเหมิงพยักหน้าแล้วตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ข้าน้อยได้สั่งการให้สกัดการแพร่กระจายข่าวทันทีที่หมดงานเลี้ยงพะย่ะค่ะ ตอนนี้ข่าวที่ว่าร้านเล็กๆ ของฟางฟางมีต้นตื่นรู้ทางห้าสายนั้นได้ถูกระงับไว้แล้ว แต่ว่า…”
จีเฉิงเสวี่ยมองหน้าเซียวเหมิงซึ่งกลืนสิ่งที่ตนเองกำลังจะพูดลงไป สายตาของจักพรรดิหนุ่มดูไม่แน่ใจนัก
“ท่านจักรพรรดิ ท่านน่าจะทรงทราบดีว่า แม้นครหลวงของเราจะสงบสุขดีหลังจากที่กำจัดพวกสำนักน้อยใหญ่ไปได้ในสงครามกลางเมืองครั้งล่าสุด แต่ก็มีหลายฝ่ายที่ยังคงซ่อนตัวอยู่ในนครหลวงของเรา ข่าวที่ว่าอาจแพร่ไปทางนี้แทน จึงน่าจะเป็นการดีกว่าถ้าเราเตรียมตัวรับสถานการณ์พะย่ะค่ะ…”
จีเฉิงเสวี่ยขมวดคิ