ยามรัตติกาล ดวงจันทร์เสี้ยวสองดวงเคลื่อนมาพันเกี่ยวกันบนท้องฟ้าสีหมึก ทอแสงเย็นลงสู่พื้นดินราวกับเป็นม่านหมอกสีเงินที่ปกคลุมโลก
ร้านเล็กๆ ของฟางฟางยังคงสว่างไสวด้วยแสงไฟ พร้อมไอหมอกร้อนที่โชยออกมาไม่ขาดสาย ไอร้อนนั้นมีกลิ่นอาหารรวมถึงพลังปราณเที่ยงแท้ปะปนผสมผสานกันเป็นหนึ่งเดียว
เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ บรรยากาศครึกครื้นภายในร้านก็ค่อยๆ มอดลง พร้อมด้วยไอร้อนที่สลายหายไป
ปู้ฟางยืนตัวตรงอยู่ที่ประตูร้าน ส่วนกลุ่มลูกค้าประจำก็ล้วนอิ่มอกอิ่มใจกันถ้วนหน้า ทุกคนกินปลาย่างกันจนอิ่มหนำสำราญ ใบหน้าแดงเรื่อด้วยพลังปราณปริมาณมากในอาหาร ทั้งเนื้อปลาอ่อนนุ่มชุ่มฉ่ำ กลิ่นหอมทะลุโพรงจมูก และน้ำซุปเดือดปุด ทำให้พวกเขารู้สึกพึงพอใจเป็นอันมาก
พวกเขาต่างพากันโบกมือลาปู้ฟางทีละคนสองคน แล้วเดินออกจากร้านไปที่ตรอก เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้านพร้อมลูบพุงอิ่มแปล้ไปด้วย
โอวหยางเสี่ยวอี้ไม่ได้อารมณ์เสียอีกต่อไป นางโบกมือให้ปู้ฟางแล้วออกจากร้านไปพร้อมเซียวเยี่ยนอวี่ เงาหนึ่งสูงสง่า ส่วนอีกเงาว่องไวปราดเปรียว ค่อยๆ หายไปในความมืดมิดของยามรัตติกาล
“หือ ในกล่องนี้คือทาร์ตไข่ที่เจ้านำมาให้ข้าชิมรึ จำได้ใช่ไหม… ว่าเจ้ามีโอกาสแค่สองครั้งเท่านั้น” ชายหนุ่มมองสองร่างสุดท้ายที่ยังคงไม่จากไปไหน ร่างหนึ่งกำลังเรอหน้าแดง ส่วนอีกร่างแก้มเป็นสีเรื่อพร้อมทำท่าเอียงอาย หลัวซานเหนียนกับเจวี้ยนเอ๋อร์นั่นเอง
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนที่ปู้ฟ