ฟ่อ!
เสียงงูขู่ฟ่อเบาๆ ดังขึ้นในโสตประสาท พลังชีวิตที่ลอยอยู่เหนือชามโจ๊กในมือปู้ฟางเปลี่ยนสภาพไปเป็นงูตัวเล็กที่เลื้อยว่ายอยู่ในอากาศ ปะปนกับกลิ่นอาหารที่ล้อมรอบตัวมัน
“นี่… นี่คืออาหารโอสถทิพย์รึ!” อู๋อวิ๋นไป่พูดด้วยน้ำเสียงไม่อยากเชื่อ
ปู้ฟางหันไปมองนางด้วยสายตางุนงง เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดอีกฝ่ายจึงต้องประหลาดใจถึงเพียงนี้ การทำอาหารโอสถทิพย์หนึ่งชาม… มันประหลาดขนาดนั้นเชียวหรือ
แน่นอนว่าการทำอาหารโอสถทิพย์นั้นไม่ใช่เรื่องประหลาด แต่ที่อู๋อวิ๋นไป่ตกใจเป็นเพราะปู้ฟางสามารถทำอาหารโอสถทิพย์ได้แม้ในยามที่ระดับพลังปราณในร่างกายลดลงจนแทบไม่เหลือต่างหาก
นอกจากนี้สภาพห้องครัวและอุปกรณ์ที่มียังแย่มากอีกด้วย เตาทำอาหารนั้น… ตัวนางเองไม่เคยเห็นเตาที่สภาพย่ำแย่เท่านี้มาก่อน แค่จะใช้เตานี้ทำอาหารปกตินางยังแอบสงสัยว่าจะพังลงมาคามือหรือเปล่า คงไม่ต้องพูดถึงการใช้เตานี้ทำอาหารโอสถทิพย์ที่ยากกว่าเป็นไหนๆ
ปู้ฟางถือชามโจ๊กไปให้ชายที่นอนอยู่บนเตียง หยูฟู่และมารดาของนางมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวัง ส่วนดวงตาของผู้อาวุโสสูงสุดก็เต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจ
อาหารโอสถทิพย์ของปู้ฟางเป็นความหวังเดียวที่ยังเหลืออยู่ของพวกเขา
ชายหนุ่มมองมนุษย์อสรพิษเพศเดียวกันจากนั้นก็ทำสีหน้าเหม่อไปสักพัก เขาหันไปหามารดาของหยูฟู่ “ป้อนเขาสิ”
อย่างไรเสียชายที่ไม่ได้สติอยู่บนเตียงผู้นี้ก็เป็นสามีของนาง นอกจากนี้ปู้ฟางเองก็