“ไอ้หมอนี่มันเสียสติไปแล้วหรือ”
ทุกคนมองไปยังร่างที่ถือมีดทำครัวอยู่ในมือซึ่งกำลังกระโจนเข้าใส่งูเหลือมมงกุฎเลือดทมิฬด้วยสีหน้าว่างเปล่าบอกไม่ถูก หมอนี่จะใช้กำลังของตนเองต่อสู้กับงูบ้าเนี่ยนะ เขาตั้งใจจะฉกฝักบัวไปจากปากของอสูรเวทที่กำลังจะบรรลุปราณขั้นแปดเช่นนั้นรึ
ช่างเป็นเรื่องที่บ้าระห่ำจนเข้าขั้นคลั่งอะไรอย่างนี้!
นี่คือความคิดที่อยู่ในใจของทุกคนในตอนนี้ หากปู้ฟางมีปราณระดับเจ็ดขั้นนักพรตยุทธการ ทุกคนคงคิดว่าการกระทำของเขาช่างน่าชื่นชม แต่ชายหนุ่มเป็นเพียงผู้ฝึกตนระดับห้าขั้นราชันยุทธการเท่านั้น การตัดสินใจเช่นนี้จึงดูโง่จนไม่อยากเชื่อเลยว่าจะเกิดขึ้นจริง!
ผู้ฝึกตนระดับห้าขั้นราชันยุทธการเป็นเพียงมดปลวกไร้ค่าต่อหน้างูเหลือมที่สยบขั้นนักพรตยุทธการได้ถึงสองคนในคราวเดียว เผลอๆ แค่มันโบกหางครั้งเดียว พ่อหนุ่มตรงหน้านี้ก็อาจกลายเป็นเศษธุลีไปเลยก็ได้!
อู๋อวิ๋นไป่ถอนหายใจออกมาจากนั้นก็ส่ายหน้าอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี ก่อนหน้านี้นางชื่นชมปู้ฟางในฐานะพ่อครัวที่สามารถทำอาหารโอสถทิพย์ได้ พ่อครัวฝีมือฉกาจเช่นนี้หาได้ยากยิ่งแม้กระทั่งในตำหนักเมฆาขาว แต่แม้ทักษะการทำอาหารของหมอนี่จะยอดเยี่ยม… ทว่าสมองกลับดูไม่ได้ไปในทางเดียวกันนัก
เหตุใดจึงรนหาที่ตายด้วยการกระโจนเข้าหางูเหลือมยักษ์เช่นนี้ ต่อให้ต้องการฝักบัวนั่นจริง อย่างน้อยก็น่าจะประเมินความสามารถของตัวเองหน่อย ความทะเยอทะยานทู่ซี้ทำสิ่งที