ังจากผ่านไปสักพัก เนื้อจะค่อยๆ แข็งขึ้น รสชาติก็จะจัดจ้านขึ้นเช่นกัน ส่วนรสสัมผัสก็แน่นขึ้นเป็นเงาตามตัว!
พี่หญิงใหญ่มู่กลืนน้ำลาย จากนั้นก็ใช้ตะเกียบของตนคีบเนื้อปลาแถวเหงือกขึ้นมา นี่เป็นเนื้อส่วนที่อร่อยที่สุดของตัวปลา
ทันทีที่เนื้อปลาเข้าปาก พี่หญิงใหญ่มู่ก็อดหยีตาด้วยความสุขใจไม่ได้ รสชาติของปลาย่างจานนี้กระจายและค้างอยู่ในปากของนาง ส่งให้นางรู้สึกเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ทั้งยังมีชีวิต
ตอนนั้นเอง คนที่เหลือก็ทนนั่งดูเฉยๆ ไม่ไหวอีกต่อไป ทุกคนพากันกรูเข้ามาหาปลาบนเตา อู๋อวิ๋นไป่คีบชิ้นปลาเข้าปาก จากนั้นก็ตกเป็นทาสของปลาย่างจานนี้ทันที ปลาย่างจานนี้… อร่อยกว่าอาหารจานปลาทุกจานที่นางเคยกินมาในชีวิตนี้ ไม่มีอะไรเทียบมันได้เลยแม้แต่น้อย
“หือ… มีพลังปราณเที่ยงแท้อยู่ในเนื้อปลาด้วยหรือ เป็นไปได้อย่างไรกัน… ปกติเนื้อของอสูรเวทระดับหนึ่งจะไม่มีพลังปราณเที่ยงแท้เหลืออยู่หลังจากนำมาปรุงสุกแล้วมิใช่หรือ” อู๋อวิ๋นไป่คิดด้วยความงุนงง
ดูเหมือนปู้ฟางจะเดาออกว่าหญิงสาวสงสัยอะไรอยู่ ชายหนุ่มจึงยิ้มแล้วเอ่ย “สมุนไพรนี้เป็นสมุนไพรระดับสาม มีพลังปราณอยู่มากมายและมีฤทธิ์ทำให้จิตใจสงบ หลังจากที่ข้าทำอาหารเสร็จเรียบร้อย พลังปราณในสมุนไพรก็หลอมรวมเข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับเนื้อปลา และฤทธิ์ของสมุนไพรที่ทำให้จิตใจสงบก็ซึมเข้าไปในเนื้อปลาเช่นกัน สรุปสั้นๆ ปลาย่างจานนี้จะเรียกว่าเป็นอาหารโอสถทิพย์ก็ย่อมได้ แต่