โดยเฉพาะอาหนี่ที่ปล่อยพลังร้ายกาจออกมาจนเหมือนอสูรคลั่ง ดวงตาของเขากระหายเลือดน่าขนลุก เส้นเลือดปูดโปนออกจากกล้ามเนื้อช่วงบนของลำตัว
เมื่อผู้ติดตามของอู๋อวิ๋นไป่รู้ว่าที่ซ่อนของตนถูกเปิดเผย เขาก็คำรามออกมาด้วยความโกรธ ขนทั่วร่างลุกซู่ ดวงตาเปิดกว้างเหมือนลูกกระดิ่งทองแดง เขาผลักฝ่ามือไปข้างหน้า เรียกกลุ่มเมฆให้ปรากฏขึ้นรอบกาย ก่อนจะผลักกลุ่มเมฆนั้นเข้าใส่เหล่ามนุษย์อสรพิษ
“ฝ่ามือปัดเป่าเมฆา!”
ดวงตาของอาหนี่เปลี่ยนเป็นเย็นชา ริมฝีปากคลี่ยิ้ม เผยให้เห็นฟันคมกริบ แววกระหายเลือดในดวงตาทอแสงชัดขึ้นอีก
“ว่าแล้ว พวกเจ้าทั้งสองมาจากตำหนักเมฆาขาวนี่เอง มาเพื่อขโมยดอกบัววิญญาณประมุขน้ำแข็งรึ ข้าไม่ยอมให้ทำสำเร็จหรอก!” อาหนี่ยิ้มเยาะพร้อมประสานมือเข้าหากันเพื่อรวบรวมพลังปราณในฝ่ามือ จากนั้นเขาก็แยกมือทั้งสองข้างออก ปรากฏเป็นหอกสีดำสนิทระหว่างสองฝ่ามือนั้น
ในตอนนั้นเองอู๋อวิ๋นไป่ก็เรียกสติตนเองกลับมาได้ ใบหน้าของนางสงบนิ่งเหมือนน้ำไหลลึก นางมองมนุษย์อสรพิษตรงหน้าแล้วมุ่นคิ้ว “อย่าฆ่าหมอนี่นะ แค่ทำให้ขยับตัวไม่ได้ก็พอ เรามาเพื่อชิงสมุนไพรพลังปราณเท่านั้น”
ผู้ติดตามของนางที่มีสีหน้าเคร่งขรึมกว่าเดิมอยู่มากโขคลี่ยิ้มออกมาแล้วตอบกลับ “ไม่ต้องเป็นห่วง แม่นาง ข้ารู้ว่าต้องทำอย่างไร”
อู๋อวิ๋นไป่หันไปมองอีกฝ่ายตาเขียวทันที “เจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ เรียกว่านายน้อยอู๋หรือไม่ก็นายน้อยสิ!”
ผู้ติดตามกระแอมก