ปู้ฟางพูดเสียงเรียบ เขาไม่ได้ใช้น้ำเสียงถือตัวอย่างคนที่เพิ่งได้รับชัยชนะ แต่เป็นน้ำเสียงเฉยชาจริงจัง
อาเหวยนิ่งอึ้งไป ชายร่างผอมไม่คาดคิดว่าปู้ฟางจะกล่าวเช่นนี้ออกมา แต่ก็รู้สึกคล้อยตามไปกับข้อเสนอของอีกฝ่าย เขาเข้าใจดีกว่าการที่เกี๊ยวจันทร์เสี้ยวสีรุ้งของปู้ฟางได้รับความนิยมล้นหลามจากเหล่าผู้เข้าร่วมงาน ย่อมแปลว่าอาหารจานนี้ต้องมีอะไรพิเศษแน่นอน
“ก็ดี เช่นนั้นก็ให้ข้ากินเกี๊ยวของเจ้า ส่วนข้าก็จะให้เจ้ากินอสูรเวทย่างไฟเช่นกัน!” อาเหวยกล่าวด้วยน้ำเสียงขึงขังพร้อมพยักหน้า นี่เป็นนิสัยปกติของเขา เขาไม่ชอบเอาเปรียบผู้ใด อีกอย่างชายร่างผอมก็อยากเห็นปฏิกิริยาของปู้ฟางตอนได้ลิ้มรสอาหารของตัวเองเช่นกัน
ปู้ฟางพยักหน้า ชายหนุ่มโบกมือพัดพลังปราณเที่ยงแท้กลุ่มหนึ่งออกไป จากนั้นเกี๊ยวจันทร์เสี้ยวสองสามตัวก็ตกลงมาในกระทะที่เต็มไปด้วยน้ำเดือดพล่าน
อาเหวยเดินกลับไปยังเตาทำอาหารแล้วเริ่มย่างอสูรเวทด้วยท่าทางจริงจัง
ส่วนพ่อครัวแม่ครัวคนอื่นๆ ต่างมองหน้ากันแล้วเหลือบแลสายตาไปยังปู้ฟางและอาเหวยอย่างไม่รู้ตัว นี่พวกเข้าสองคนจะแข่งกันจริงๆ หรือ
อาลู่เคี้ยวน่องไก่ในปากหยับๆ พลางมองปู้ฟางและอาเหวยด้วยสายตาฉงนสงสัย เขารู้ซึ้งถึงความอร่อยของเนื้อย่างไฟที่พี่ชายตนทำเป็นอย่างดี ในความคิดของชายอ้วน เนื้อย่างไฟของอาเหวยนั้นอร่อยล้ำ ดังนั้นชายอ้วนจึงไม่อยากเชื่อว่าเกี๊ยวของปู้ฟางจะเอาชนะเนื้อย่างไฟของพี่ชายตนไป