กลิ่นหอมหวนน่ากินพุ่งออกจากรอยกัดบนตัวเกี๊ยวเข้าใส่หน้าของจีเฉิงเสวี่ย ชายหนุ่มหรี่ตาลงเล็กน้อย กลิ่นเข้มข้นพลันซอกซอนเข้าไปในโพรงจมูกแล้วปลุกประสาทสัมผัสของเขาขึ้นมาทันที
กลิ่นหอมสีรุ้งปรากฏขึ้นในพริบตาแล้วสลายหายไปในพริบตาเช่นกัน ราวกับเป็นน้ำที่ราดลงบนกระทะเดือดจัดก็ไม่ปาน ตอนที่จีเฉิงเสวี่ยหายจากความตื่นตะลึง กลิ่นหอมสีรุ้งก็สลายหายไปแล้ว
จักรพรรดิหนุ่มค่อยๆ เคี้ยวอาหารที่อยู่ในปาก เขาพลันรู้สึกถึงความสุขเอ่อล้น รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว ในใจเต็มเปี่ยมด้วยความรื่นรมย์ที่ไม่อาจควบคุมได้
เกี๊ยวตรงหน้าส่งผลต่ออารมณ์ของเขาอย่างที่สุด หลังจากได้กิน ในอกของชายหนุ่มก็เต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกมากมายไม่ต่างอะไรจากสีสันของสายรุ้ง ความรู้สึกสุดท้ายที่ปรากฏคือความปีติยินดีล้นปรี่
จีเฉิงเสวี่ยไม่ได้แปลกใจอะไรที่เกี๊ยวตรงหน้าไม่มีพลังปราณแม้แต่น้อย เนื่องจากปู้ฟางใช้วัตถุดิบธรรมดาในการทำ ทว่า…รสสัมผัสของเกี๊ยวนั้นทำให้เขาประหลาดใจเหลือล้น
เกี๊ยวที่ชุ่มฉ่ำหอมกรุ่นให้ความรู้สึกละมุนลิ้นอยู่ภายในปากของเขา ราวกับเป็นสายลมเย็นที่พัดผ่านไป…
จีเฉิงเสวี่ยไม่อาจควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป เขารีบเอาเกี๊ยวครึ่งตัวที่เหลือใส่ปากเคี้ยวกลืนแล้วดื่มด่ำรสชาติของมันอย่างมีความสุข
หลังจากกินเกี๊ยวเสร็จ จักรพรรดิหนุ่มก็ยกชามกระเบื้องสีฟ้าขาวขึ้นเป่าลมเบาๆ ก่อนดื่มน้ำซุปเข้าไปอึกใหญ่ น้ำซุป