บัลลังก์ต่อตามราชโองการพินัยกรรมของจักรพรรดิองค์ก่อน ตอนนี้อนาคตในการขึ้นครองราชย์ของเขาจัดว่าแน่นอน จีเฉิงเสวี่ยจะเถลิงราชสมบัติขึ้นเป็นจักรพรรดิองค์ต่อไปของจักรวรรดิวายุแผ่วในเร็ววันนี้
“มอบผลไม้นี้ให้เถ้าแก่ปู้รึ… ข้าไม่เห็นว่าทำไมจะไม่ได้!” จีเฉิงเสวี่ยตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ปู้ฟางพยักหน้าอย่างมีความสุข จากนั้นก็ตบบ่าจีเฉิงเสวี่ย “ข้ารู้อยู่แล้วว่าที่ช่วยเจ้าไปนั้นไม่เสียของ…” ชายหนุ่มคิด
ฝาโลงศพถูกปิดกลับไปตามเดิม ผู้ฝึกตนขั้นราชันยุทธการที่เปลือยท่อนบนทั้งแปดคนยกโลงขึ้นอีกครั้ง พวกเขาเดินไปตามทางแล้วออกจากประตูจัตุรัสมายาสวรรค์
ทันทีที่ก้าวสู่ถนนสายหลักของนครหลวง บรรดาประชาชนที่ยืนอยู่สองข้างทางก็มองไปที่โลงศพทองแดงอย่างเงียบเชียบ ความเงียบนี้เต็มไปด้วยความโศกเศร้าอาดูรและความเคารพยำเกรง
จักรพรรดิฉางเฟิ่งเป็นเจ้าผู้ครองอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ ควรค่าแก่การเคารพสูงสุดเป็นอย่างยิ่ง
หิมะที่พัดวนอยู่ในอากาศดูราวกับเปลี่ยนเป็นกลีบดอกไม้ที่ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า คลอไปกับบทเพลงไว้อาลัยที่วงดนตรีหลวงกำลังบรรเลง
พิธีศพดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ถนนสองข้างทางเต็มไปด้วยประชาชนมากมาย บางคนก็ตาบวมจากการร้องไห้ บางคนก็ลงไปก้มหน้าคำนับอยู่กับพื้นแม้อากาศจะหนาวเหน็บ…
ต่างอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจเมื่อเห็นภาพที่เกิดขึ้น
ดวงตาของจีเฉิงเสวี่ยเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ การกระทำของประชาชนทำให้จิตใจของเขาเอ่อล้นด