มอบผลไม้นี้ให้ได้อย่างไรกัน”
เซียวเหมิงที่อยู่ใกล้ๆ เริ่มรู้สึกกระวนกระวายขึ้นมา ปู้ฟางนั้นถือเป็นผู้มีพระคุณของเขา เนื่องจากอาหารโอสถทิพย์ที่อีกฝ่ายปรุงขึ้นทำให้จีรู่เอ๋อร์ตื่นขึ้นมาจากสภาวะนิทราได้ ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่อยากให้ปู้ฟางถูกเจ้ามู่เฉิงซ้อมจนตายคามือ
ในเมื่อสุนัขและหุ่นเชิดไม่ได้มาด้วย เซียวเหมิงก็ไม่รู้เลยว่าปู้ฟางรวบรวมความกล้ามาท้าทายเจ้ามู่เฉิงได้อย่างไร
ปู้ฟางขมวดคิ้ว เขามองเจ้ามู่เฉิงด้วยสายตาจริงจังไม่ได้ล้อเล่น “ข้าไม่ชอบวิวาท
“แต่หากจำเป็นข้าก็ยินดีใช้กำลังตัดสิน”
พอพูดจบเขาก็ยกมือขึ้น รูปสลักบนข้อมือสว่างวาบ ก่อนที่กลุ่มควันสีเขียวจะลอยวนรอบมือ ตามมาด้วยมีดทำครัวสีดำสนิท
ทั้งเจ้ามู่เฉิงและเซียวเหมิงต่างนิ่งอึ้งจนด้วยคำพูด แม้แต่จีเฉิงเสวี่ยที่เพิ่งหายจากอาการประหลาดใจยังต้องกลับไปมีสีหน้าเหมือนต้องมนต์ดังเดิม
ภาพผู้ฝึกตนระดับสี่ขั้นจิตยุทธการที่ยืนถือมีดทำครัว พร้อมประกาศกร้าวว่าตนเองพร้อมจะใช้ความรุนแรงแก้ปัญหากับผู้ฝึกตนระดับเจ็ดขั้นนักพรตยุทธการ มันน่าขำให้ฟันร่วงหมดปากไหมเล่า
หนี่หยันที่ยืนอยู่กลางอากาศนอกประตูมายาสวรรค์อดไม่ได้ที่จะระเบิดหัวเราะออกมาขณะมองภาพเบื้องล่าง “เถ้าแก่ปู้นี่เหตุใดจึงน่ารักได้ถึงเพียงนี้กันนะ”
หนี่หยันหัวเราะคิกคักอยู่กับตนเองสักพัก เมื่อเห็นปู้ฟางยืนถือมีดทำครัวยั่วโทสะเจ้ามู่เฉิงด้วยสีหน้าจริงจัง ก่อนหน้านี้นางสงสัยว่าเหตุใดปู้ฟา