วเหมิงดูสงบนิ่งเป็นสุข
มุมปากของเซียวเหมิงยกขึ้นเป็นร้อยยิ้ม พลังปราณในกายเพิ่มระดับขึ้น “ไม่ลองก็ไม่รู้”
แต่ในตอนที่ทั้งสองกำลังสาดพลังปราณออกจากร่างเตรียมเข้าปะทะกัน ร่างโปร่งร่างหนึ่งก็ค่อยๆ เดินเข้ามาหา
เสียงฝีเท้านั้นฟังชัดถนัดหูมาก โดยเฉพาะในลานจัตุรัสกว้างที่ไม่มีผู้ใดเคลื่อนไหว สายตาของคู่ต่อสู้ทั้งสองหันไปมองต้นเสียงทันที แล้วก็เห็นผู้ที่กำลังเดินเข้ามาใกล้
สีหน้าของจีเฉิงเสวี่ยพลันเปลี่ยนเป็นมีชีวิตชีวาเมื่อได้เห็นคนผู้นั้น เขาจ้องเจ้าของฝีเท้าด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา
เซียวเหมิงเองก็เลิกคิ้วขึ้นแล้วมองผู้ที่เข้ามาด้วยความประหลาดใจเช่นกัน
เซียวเยียนอวี่และเซียวเสี่ยวหลงถึงกับพูดไม่ออก…
“เถ้าแก่ปู้… ไปทำอะไรตรงนั้นน่ะ” เซียวเยียนอวี่เอ่ย ไม่รู้ว่าจะต้องหัวเราะหรือร้องไห้ดี
เจ้ามู่เฉิงมีสีหน้าประหลาดขณะมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า ผู้ซึ่งมีพลังปราณเพียงระดับสี่ขั้นจิตยุทธการ ชายหนุ่มคนนี้มีสีหน้าสงบนิ่งขณะเดินเข้ามาหาเขา แถมยังโบกมือให้ด้วยก่อนจะเอ่ยปากพูด
“เอ่อ… ข้าแค่ผ่านมาเฉยๆ เดี๋ยวยืมของจากเจ้าเสร็จก็จะไปแล้ว” ปู้ฟางเหลือบตามองเจ้ามู่เฉิงแล้วพูดออกมา
เจ้ามู่เฉิงประหลาดใจเป็นอันมาก “ยืมรึ ยืมอะไร”
จากนั้นปู้ฟางก็ชี้นิ้วไปที่ผลไม้ในมือเจ้ามู่เฉิงที่มีลวดลายเหมือนเมฆสามสายแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “นั่นไง ผลไม้ที่เจ้าถืออยู่ในมือน่ะ”
…………………