ี้ออกมาอ่านดูดีๆ อีกครั้ง ดูเหมือนว่าเพิ่งจะตัดสินใจเรื่องใหญ่ได้หลังจากคิดไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน
…
เจ้ามู่เฉิงเป่าเบาๆ ให้ถ้วยชาร้อนในมือเย็นลง จากนั้นก็ยกชาขึ้นจิบพร้อมเอ่ยถามอย่างอ่อนโยน “ว่าอย่างไรนะ ผู้ฝึกตนขั้นราชันยุทธการหลายต่อหลายคนจัดการผู้ฝึกตนขั้นจิตยุทธการสองคนไม่ได้เช่นนั้นรึ”
สีหน้าของชายในชุดคลุมปักลายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเจ้ามู่เฉิงซีดเผือดทันที เขารีบคุกเข่าลงบนพื้นแล้วพูดด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว “นายท่าน เป็นความผิดของข้าน้อยเองขอรับ ข้าน้อยส่งคนออกไปจับตัวเด็กสองคนนั้นกลับมาแล้ว… แต่…”
“แต่อะไร” เจ้ามู่เฉิงถามด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ขณะจิบชาต่อ
ชายในชุดคลุมปักลายลอบมองเจ้ามู่เฉิง ก่อนเอ่ยตอบอย่างระมัดระวัง “องค์หญิงน้อยแห่งตระกูลโอวหยางและทายาทตระกูลหยางหนีไปทางร้านลึกลับขอรับ…”
“ร้านลึกลับรึ หืม เจ้าหมายถึงร้านที่กำลังโด่งดังไปทั่วเมืองตอนนี้น่ะรึ ร้านที่แม้แต่ท่านจักรพรรดิยังต้องไปเยือนด้วยพระองค์เองน่ะนะ” เจ้ามู่เฉิงที่กำลังจะยกชาขึ้นดื่มชะงักแล้วเอ่ยถามอย่างงุนงงสงสัย เขาได้ยินข่าวลือเรื่องร้านอาหารเล็กๆ ร้านนั้นมาเช่นกัน แต่ก็ไม่ได้รู้อะไรไปมากกว่านี้
จากข้อมูลที่รวบรวมมาได้ เขารู้ว่าพื้นเพของร้านนั้นไม่ธรรมดาแน่นอน
“อสูรเวทในตำนานกับหุ่นเชิดที่สามารถไล่ขั้นนักพรตยุทธการกระเจิดกระเจิงได้ ช่างเป็นร้านที่แปลกประหลาดเสียจริง… แล้วเจ้าได้ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมมาหรือไม่” เจ้ามู่