ชายชราที่เดินเข้าร้านมานั้นเป็นใครไปไม่ได้นอกจากจักรพรรดิองค์ปัจจุบัน จีฉางเฟิ่ง
ใบหน้าของจีฉางเฟิ่งค่อนข้างซีดเซียว เขาดูเปราะบางเหมือนไม้ใกล้ฝั่งเต็มทน บรรยากาศน่าเกรงขามของการเป็นผู้ครองแผ่นดินหายไป
“ข้าเห็นป้ายร้านห้อยอยู่ที่หน้าประตู ตัวอักษรดูเหมือนใช้เครื่องผลิต แถมยังไม่มีพลังในการเขียนอีกด้วยจึงทำให้ดูไม่น่าอ่าน แม้ภายนอกจะดูสวยดีแต่คงไม่ยืนยง แน่นอนว่าสู้ฝีพู่กันของข้าไม่ได้” จักรพรรดิพูดกลั้วหัวเราะพร้อมเอามือไพล่หลัง
ปู้ฟางเลิกคิ้วขึ้น เขาไม่ได้แปลกใจที่จักรพรรดิมาที่ร้าน แต่แปลกใจว่าอีกฝ่ายมาเช้ามากต่างหาก
ป้ายร้านนั้นระบบเป็นคนจัดหามาให้ ตอนนั้นปู้ฟางปฏิเสธข้อเสนอของจักรพรรดิที่จะเขียนป้ายร้านให้เพียงเพราะระบบบอกว่าจะเป็นฝ่ายจัดหาให้เอง แต่กลับกลายเป็นว่า… ป้ายร้านที่ระบบสร้างขึ้นมากลับดูไม่น่าประทับใจเสียอย่างนั้น
“ระบบ จักรพรรดิบอกว่าตัวอักษรบนป้ายที่เจ้ามอบให้เขียนไม่ดี” ปู้ฟางพูดกับระบบ
สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือความเงียบชั่วขณะ ก่อนที่เสียงนิ่งขรึมของระบบจะดังขึ้น “ตัวอักษรบนป้ายเป็นงานที่ลอกมาจากนักเขียนพู่กันจีนอันดับหนึ่งในจักรวรรดิวายุแผ่ว เรื่องความสวยงามคงไม่มีปัญหาอะไร ส่วนเรื่องพลังในการเขียนที่จักรพรรดิเอ่ยถึงนั้น ระบบไม่มีคำตอบให้”
ชายหนุ่มเจ้าของร้านพยักหน้า ป้ายร้านที่ระบบจัดหามาให้ย่อมไม่ใช่ของธรรมดาอย่างแน่นอน แต่ตัวอักษรคงไร้ซึ่งพลังเนื่องจากเป็นของทำ