อมจีบมือ เขามายืนอยู่เบื้องหลังจักรพรรดิด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความกังวล
ปู้ฟางพยักหน้าจากนั้นก็เดินเข้าครัวไป
ผ่านไปสักพักกลิ่นหอมก็ลอยออกจากห้องครัว จักรพรรดิหรี่ตาลง ดูเหมือนว่ากำลังดื่มด่ำกับกลิ่นหอมของอาหาร
“ข้าเองก็อยู่มานานหลายปี กินอาหารอร่อยมาก็มาก แต่อาหารของเถ้าแก่ปู้นั้นจับใจที่สุด น่าเสียดายที่… ข้าได้เจอเถ้าแก่ปู้ในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต สงสัยเหลือเกินว่านี่เป็นรางวัลที่สวรรค์มอบให้ข้าหรือเป็นบทลงโทษกันแน่” จักรพรรดิพึมพำกับตนเองแผ่วเบา
เสี่ยวอี้นำอาหารจานแล้วจานเล่าออกมาวางหน้าจักรพรรดิ ชายชราหัวเราะในลำคอแล้วลูบศีรษะของนางด้วยใบหน้าอ่อนโยน
หลังจากที่กินอาหารจนหมด จักรพรรดิก็ออกจากร้านไปพร้อมเหลียนฟู่ที่เดินตามหลัง ส่วนปู้ฟางก็ได้แต่ยืนมองแผ่นหลังชราของอีกฝ่ายอยู่ที่ปากทางเข้าร้าน และทำอะไรไม่ได้นอกจากถอนหายใจออกมาเบาๆ
…
“เสี่ยวอี้ พรุ่งนี้กับมะรืนเจ้าไม่ต้องมานะ ข้าต้องออกไปทำธุระหน่อย เลยต้องปิดร้านสองวัน” เมื่อร้านปิดทำการสำหรับวันนี้ ปู้ฟางก็พูดหน้าตายขณะลูบศีรษะเด็กหญิง
“หา นายท่านตัวเหม็น จะไปก่อเรื่องที่ร้านปักษาเพลิงนิรันดร์อีกแล้วรึ” โอวหยางเสี่ยวอี้เงยหน้าขึ้นมองปู้ฟางด้วยสีหน้าตื่นเต้น ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น
สีหน้าของปู้ฟางมืดลงเล็กน้อย “ใครบอกว่าข้าจะหยุดร้านไปก่อเรื่องกัน… วันสองวันนี้ข้ามีอะไรต้องทำนิดหน่อย”
“เฮ้อ… ก็ได้ แต่ถ้านายท่านตัวเ