เมื่อทั้งสองเท้าถึงพื้นก็ปิดหน้าต่างตามหลังโดยไม่ส่งเสียงใดๆ ทั้งสองเชี่ยวชาญด้านการลอบสังหารมาก เนื่องจากเคยทำภารกิจสังหารคนใหญ่คนโตอย่างขุนนางในราชสำนักมาก่อน จึงไม่ได้ให้ความสำคัญกับเจ้าของร้านอาหารเล็กๆ มากนัก หากนายท่านไม่ได้เตือนให้ระวังตัวด้วยสีหน้าจริงจังก่อนออกมา ทั้งสองคงจะไม่พยายามระมัดระวังตัวขนาดนี้ด้วยซ้ำ ด้วยความที่เป้าหมายนั้นอ่อนแอเกินไปนั่นเอง
จุดที่อ้าหลงและอ้าหูอยู่ไม่ใช่ห้องนอนของปู้ฟาง ภายในห้องนั้นกว้างขวางและโล่งโจ้ง ไม่มีคนอยู่
อ้าหลงหรี่ตาลงแล้วชี้ไปข้างหน้า ร่างของทั้งสองเคลื่อนเข้าไปใกล้ประตู แล้วผลักประตูเปิดโดยไม่มีเสียงแม้แต่น้อย ทุกอย่างเงียบเชียบไม่มีที่ติ
ทั้งสองเดินออกจากห้องไปถึงหัวมุม หัวมุมซ้ายเป็นทางลงไปชั้นล่าง ขั้นบันไดดูลึกลับน่ากลัวราวกับจะกลืนกินคนเข้าไปได้ทั้งตัว ทำให้ทั้งสองแอบรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
อ้าหลงกลืนน้ำลายแล้วบังคับตนเองให้หันไปมองทางอื่น ทั้งสองเบนความสนใจไปหาประตูที่ปิดสนิทอยู่ตรงหน้า
พวกเขาต่างหันมามองหน้ากันด้วยความดีใจ เพราะจับได้ถึงเสียงหายใจสม่ำเสมอภายในห้องนั้น ดูเหมือนว่าเจ้าของร้านจะอยู่ในห้องตรงหน้าอย่างแน่นอน
ทั้งสองผลักประตูเบาๆ แต่ประตูกลับไม่ได้เปิดออกแต่อย่างใดเนื่องจากลงกลอนอยู่ อ้าหลงค่อยๆ หยิบลวดเส้นเล็กออกจากกระเป๋า พลังปราณเที่ยงแท้ภายในกายพุ่งขึ้นสูง เข้าห่อหุ้มเส้นลวดเหล็กนั้นเอาไว้ตลอดเส้น