“หัวหน้าผู้อาวุโสขอรับ… ท่านต้องการให้พวกเราออกปฏิบัติการหรือไม่ขอรับ” สมาชิกสำนักวิญญาณสองคนที่ยืนอยู่เบื้องหลังหุนเชียนอวิ่นเอ่ยถาม
เปลวไฟวิญญาณเต้นตุบอยู่ในดวงตาหุนเชียนอวิ่น เปลวไฟนั้นดูลึกลับน่าขนลุก ราวกับเป็นภูตผีปีศาจที่หวังแหกนรกออกมาอย่างไรอย่างนั้น
“เจ้าดูไม่ออกรึว่าอวี่อ๋องกำลังทดสอบพวกเราอยู่ แม้เขาจะผนึกกำลังกับพวกเรา แต่ก็ยังเป็นคนจากราชสำนักอยู่วันยังค่ำ ส่วนเราก็เป็นคนจากสำนักนอกอาณาจักร ความสัมพันธ์ของเราเปรียบเสมือนเพลิงและวารี หากอวี่อ๋องไม่ได้หวังจะขึ้นครองบัลลังก์ คงไม่กล้าแหกจารีตมาร่วมมือกับเราเป็นแน่” หุนเชียนอวิ่นพูดเรียบๆ ทุกครั้งที่เขาเอ่ย เปลวไฟในดวงตาจะเต้นตุบหนึ่งครั้ง
“มนุษย์ทำได้ทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน และจะยอมเสี่ยงเสมอ ไม่ว่าเจ้าจะยากดีมีจนเช่นไร ความจริงข้อนี้จะไม่มีวันตาย”
“เช่นนั้น… ท่านหัวหน้าผู้อาวุโสจะทำเช่นไรหรือขอรับ” สมาชิกสำนักวิญญาณทั้งสองถามอย่างงุนงง
“หลายวันก่อน หุนเชียนต้วนและราชากระบี่หัวใจสะบั้นหนีไปที่ร้านแห่งนั้น ทั้งสองใช้การคุ้มกันของร้านหยุดไม่ให้เซียวเหมิงและเหลียนฟู่จับกุมตน ความแข็งแกร่งของร้านลึกลับนั้นยากแท้หยั่งถึงยิ่งนัก ข่าวลือบอกว่ามีอสูรเวทระดับเก้าในตำนานเฝ้าร้านอยู่ เป้าหมายของอวี่อ๋องคือการให้เราไปดูลาดเลาที่ร้านเพื่อประเมินสถานการณ์ หากเราฆ่าเจ้าของร้านสำเร็จ… ก็จะเป็นการดีที่สุด” หุนเชียนอวิ่นพูดช้าๆ
“แต่