ี่รายการอาหารบนผนัง ทันใดนั้นรูม่านตาของเขาก็หดแคบลง
“ข่าวลือเป็นเรื่องจริงเสียด้วย สมแล้วที่ได้ฉายาว่าเป็นร้านใจไม้ไส้ระกำที่สุดในนครหลวง…” ซูฉีสูดลมเย็นเข้าลึกในปอดพร้อมพูดพึมพำกับตนเอง แม้เขาจะมาสำรวจร้านนี้ตามคำสั่งขององค์ชายรัชทายาท แต่ก็ยังอดตกใจไม่ได้อยู่ดีเมื่อเห็นราคาที่แพงไร้สาระบนรายการอาหาร
“ข้าเอา… น้ำแกงเต้าหู้หัวปลาก็แล้วกัน” แต่ซูฉีก็ไม่ใช่คนยากจนข้นแค้น เขากวาดตามองรายการอาหารก่อนเลือกสิ่งที่ตนเองชอบกิน น้ำแกงเต้าหู้หัวปลานั่นเอง
“รอสักครู่” เด็กหญิงพ่นลมเยาะก่อนเดินไปในครัว นางไม่ชอบใจเอามากๆ ที่ตาแก่นี่สนใจนายท่านตัวเหม็นมากกว่าเด็กหญิงน่ารักอย่างนาง
ซูฉีหาที่นั่งลงเพื่อรอ ร้านนี้เป็นร้านเล็กๆ ที่มีโต๊ะเพียงสี่ตัวเท่านั้น บรรยากาศภายในร้านอบอุ่นกะทัดรัด ทั้งเงียบและสะอาด โดยรวมแล้วทำให้ลูกค้ารู้สึกสบายกายสบายใจ
ตึกๆๆ
เสียงฝีเท้าดังติดๆ กันมาจากภายนอก มีคนกลุ่มหนึ่งเดินมาแต่ไกลและก้าวเข้ามาในร้าน
“หืม ซูฉีรึ” เสียงหนึ่งอุทานขึ้นด้วยความตกใจเล็กๆ ซูฉีประหลาดใจจึงหันไปมองที่ทางเข้าร้าน ก่อนจะเห็นชายวัยกลางคนคนหนึ่งยืนอยู่
“เลขาธิการใหญ่ซู ไม่คิดเลยว่าจะเจอกันที่นี่” ซูฉีลุกขึ้นยืนอย่างประหลาดใจ ก่อนทำมือแสดงความเคารพและค้อมตัวลงเล็กน้อย ชายวัยกลางคนตรงหน้าเขาคือเลขาธิการใหญ่จากตำหนักหลวง ตัวซูฉีเองรู้สึกตกใจที่คนผู้นี้ต้องมาเยี่ยมเยียนร้านเล็กๆ แห่งนี้ด้วยตนเอง
แม้จ