ห้าเท่านั้นที่ทำลายความเงียบ
“หากจะตีกันกรุณาไปตีกันข้างนอก มิเช่นนั้นข้าจะถือว่าพวกเจ้ามาก่อความไม่สงบในร้าน” เสียงสงบราบเรียบดังขึ้น
เสียงนี้เปรียบเสมือนสายฟ้าที่ฟาดลงกลางวงท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดของการลอบสังหาร ทำให้ผู้คนในเหตุการณ์ตกใจเป็นอันมาก
เด็กหญิงโอวหยางเสี่ยวอี้มองปู้ฟางเหมือนเขาเป็นอสูรร้าย ขณะที่ชายหนุ่มค่อยๆ เดินเข้าไปหาผู้ฝึกตนทั้งห้า
ถูกต้องแล้ว!
ในชั่วอึดใจแห่งความเป็นความตายนี้ ปู้ฟางเปิดปากพูดด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ทว่าสีหน้าไร้ความรู้สึก เพื่อบอกให้ทุกคนรู้ทั่วกันว่าเขาไม่พอใจ เขาจะเปิดร้านขายของได้อย่างไรหากมีคนมาฆ่ากันในร้านเช่นนี้
นักฆ่าทั้งสี่ที่กำลังจดจ่ออยู่กับจีเฉิงเสวี่ยถูกปู้ฟางดึงความสนใจไปทันที
แม้จีเฉิงเสวี่ยจะเขวไปเช่นกันแต่ก็พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสได้ เขาคำรามพร้อมกระแทกเท้าลงบนปลายกระบี่ ดันกระบี่ทั้งสี่ออกจากตัว เท้าขององค์ชายสามเหยียบลงบนพื้น จากนั้นก็กระแทกฝ่ามือใส่หน้าอกของนักฆ่าทั้งสี่อย่างรวดเร็ว เพื่อดันร่างคนเหล่านั้นให้ล่าถอยไปข้างหลัง
“รนหาที่ตายรึ” หนึ่งในนักฆ่าทั้งสี่หันไปมองปู้ฟางด้วยสายตาเยือกเย็น พร้อมพูดออกมาด้วยเสียงแหบห้าวเหมือนกระดาษทรายแห้งผาก
ในสายตาของเขา ผู้ฝึกตนระดับสองขั้นเจ้ายุทธการเช่นปู้ฟางเป็นเพียงแมลงตัวจ้อยไร้ความสำคัญ ที่สะกิดด้วยปลายกระบี่เพียงครั้งเดียวก็คงล้มหายตายจากไปได้โดยง่าย แมลงตัวเล็กไร้ค่ากลับอาจหาญมาขั