ู่เก๋อ!”
ทันทีที่ประตูเปิด เสียงไพเราะก็ดังลอดช่องประตูเข้ามาตามด้วยร่างระหงที่ก้าวมายืนในห้อง
“หา อ๋อ… พี่หญิงเองหรอกรึ!”
เมื่อเซียวเสี่ยวหลงเห็นว่าผู้บุกรุกเป็นใคร ร่างทั้งของเขาก็สั่นสะท้าน ก่อนจะอุทานออกมาด้วยความตกใจ
ผู้บุกรุกเป็นสตรีที่มีผิวขาวผุดผ่องและดวงตาเจิดจ้าเหมือนประกายดาว นางสวมชุดคลุมยาวสีขาวบริสุทธิ์และเสื้อตัวในสีฟ้าน้ำทะเลใส เส้นผมนุ่มลื่นดุจแพรไหมของนางปล่อยสยายอยู่เบื้องหลัง
เซียวเยียนอวี่ขมวดคิ้ว นางมองเซียวเสี่ยวหลงด้วยสีหน้าบึ้งตึง โกรธที่น้องชายซึ่งชอบป่าวประกาศไปทั่วว่าตนเองเป็นเสือผู้หญิงกล้านำนางไปวางเดิมพันกับผู้อื่น
“พี่หญิง ฟังข้าก่อนเถิด นี่เป็นเพราะข้าตกหลุมกลลวงที่ไอ้เจ้ารู่เก๋อนั่นมันวางเอาไว้ต่างหาก! อย่ากังวลไป ถึงอย่างไรข้าก็ต้องชนะแน่นอน! ดูสิ ข้าบรรลุปราณระดับสามขั้นคลั่งยุทธการแล้วนะ!”
เซียวเสี่ยวหลงรีบพูด พร้อมยื่นมือออกมาสร้างก้อนพลังปราณเที่ยงแท้ให้อีกฝ่ายดู
แม้แต่เซียวเยียนอวี่ที่กำลังโกรธอยู่ก็ยังอดประหลาดใจไม่ได้ นางรู้ดีว่าน้องชายตนเองมีพลังปราณอยู่ในระดับใด ก่อนหน้านี้เขาตันอยู่ที่จุดสูงสุดของขั้นเจ้ายุทธการมาสักพักแล้ว และเมื่อวานนี้ก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะบรรลุแต่อย่างใด แล้วมันเกิดขึ้นได้อย่างไรกันเล่า
“พี่หญิง! เจ้ารู่เก๋อมันอาจจะมีปราณระดับสามเช่นเดียวกับข้า แต่ท่านเชื่อมั่นในตัวน้องชายคนนี้เถิด! ข้าจะอัดมันให้หมอบกระแตไปเลย!” เซียว