ปรเปลี่ยนเป็นสีแดง ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว ชายหนุ่มพลันคิดขึ้นมาว่า “นี่น่ะหรือความคิดที่เจ้าของกิจการควรมี”
“เจ้า… ดูราคาอาหารร้านเจ้าก่อน! ยังมีหน้ามาบอกว่าเจ้าปฏิบัติกับลูกค้าอย่างเที่ยงธรรมอีกรึ พนันได้เลยว่าเจ้าหวังต้มลูกค้าแน่ๆ ! เจ้ามันชั่วช้า! อย่ามาทำเป็นอ้างนู่นอ้างนี่ ข้า เซียวเสี่ยวหลงคนนี้ รู้เช่นเห็นชาติเจ้าแล้ว!”
“สำหรับเจ้านี่ข้าดูโง่เง่าขนาดนั้นเชียวรึ” ปู้ฟางตอบ เขาเองก็เริ่มโกรธขึ้นมาเช่นกัน ในฐานะพ่อครัวที่เต็มไปด้วยความฝันและความทะเยอทะยาน เขาเกลียดการที่คนอื่นมาเรียกเขาว่าคนชั่วมากที่สุด
“ข้ามีเหตุผลของข้าที่ต้องตั้งราคาเช่นนี้ หากเจ้าไม่อยากสั่ง ก็จากไปเสีย ข้าไม่เคยบังคับให้เจ้าต้องอยู่เสียหน่อย”
ปู้ฟางรู้สึกว่าตนเองโชคร้ายเหลือเกิน เขารอมาตั้งแต่เช้า แต่แทนที่จะมีลูกค้ามาเหยียบร้าน กลับกลายเป็นต้องมารับมือกับไอ้น่ารำคาญนี่ไปเสียได้ ชายหนุ่มคิดกับตนเอง “ทำไมการเป็นเจ้าของกิจการนี่มันยากจัง”
ชายหนุ่มหน้าหล่อยิ่งโมโหเข้าไปใหญ่ เขากอดอก สายตาเย็นเยียบจ้องมองไปที่ปู้ฟาง “หึ! พยายามจะยั่วโมโหข้ารึ เจ้าคิดจะยั่วโมโหข้าให้สั่งอาหารร้านเจ้ากินใช่ไหมเล่า จากนั้นเจ้าจะได้ปอกลอกข้าได้ คิดว่าข้าโง่มากรึ!”
ปู้ฟางจนด้วยคำพูดทันทีเมื่อได้ยินสิ่งที่ชายหน้าหล่อนิสัยเสียตรงหน้าพล่ามออกมา เขาพลันเดินกลับเข้าครัวไปฝึกทำอาหารต่อด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
“อะไรกัน! รู้สึกผิดรึ