ไปมองปู้ฟางแล้วพูดออกมา แต่น้ำเสียงของเขานั้นช่างแสนสูงส่ง ราวกับว่าเป็นบุญของปู้ฟางเหลือเกินที่เขายอมลดตัวลงมาชิมอาหารให้
แต่อึดใจต่อมาเซียวเสี่ยวหลงก็ต้องตกใจ เมื่อปู้ฟางไม่ได้หยุดตรงหน้าเขาแต่กลับเมินเขาไปเสีย แล้วเดินไปที่ทางเข้าร้านแทน
เซียวเสี่ยวหลงที่กำลังงงงวยแปรเปลี่ยนเป็นโกรธขึ้นมาทันที เขาหันหลังไปจ้องปู้ฟางเขม็ง ภาพที่เห็นต่อจากนั้นยิ่งทำให้ชายหนุ่มบันดาลโทสะขึ้นไปอีก
ปู้ฟางย่อตัวลงข้างๆ สุนัขสีดำตัวใหญ่ที่หน้าร้าน แล้ววางชามซึ่งเต็มไปด้วยอาหารกลิ่นหอมยั่วยวนใจลงเบื้องหน้าเจ้าสุนัข
“เจ้าดำ ได้เวลาอาหารแล้ว”
ปู้ฟางลูบขนนุ่มลื่นสะอาดสะอ้านของเจ้าสุนัขด้วยรอยยิ้ม
เมื่อเขาเห็นเจ้าสุนัขที่ก่อนหน้านี้นอนอืดเอื่อยเฉื่อย พลันผุดตัวลุกขึ้นมาด้วยความกระตือรือร้น แล้วรีบสวาปามอาหารที่เขาทำอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มก็ยิ้มกว้างขึ้นอีก
เซียวเสี่ยวหลงรู้สึกเหมือนโดนสายฟ้าฟาด ชายหนุ่มรู้สึกว่าปู้ฟางเพิ่งฉีกหน้าตนด้วยการกระทำที่ร้ายกาจเป็นที่สุด!
“เจ้า… เจ้า…”
ริมฝีปากของชายหนุ่มสั่นระริก เขาชี้หน้าปู้ฟางด้วยนิ้วเรียวสวยเหมือนผู้หญิง
“อ้าว เจ้ายังอยู่รึ” ปู้ฟางอุทานด้วยความตกใจ
สีหน้าตกใจชนิดมากเกินปกติของปู้ฟาง ทำให้เซียวเสี่ยวหลงรู้สึกราวกับโดนลูกศรพุ่งเข้าปักกลางอก “โอ๊ย เจ็บเหลือทน!” เขาคิด
ริมฝีปากของเซียวเสี่ยวหลงสั่นด้วยความโกรธ เขาพ่นลมออกมาก่อนกระทืบเท้าด้วยโทสะ ราวกับว่า… ตัวเขานั้