อชายหนุ่มกลับเข้ามาในร้านเรียบร้อย เขาก็มองไปรอบๆ ร้านที่โล่งว่างแล้วถอนหายใจออกมา แม้ร้านนี้จะดูเรียบง่าย แต่ก็ยังสะอาดสะอ้านเป็นระเบียบ ร้านอาหารแห่งนี้มีพื้นที่ราวสามผิงฟางจ้าง[2] และมีชุดโต๊ะเก้าอี้ไม่กี่ชุดเท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นร้านอาหารขนาดเล็กอย่างแท้จริง
เมื่อมองไปที่รายการอาหารซึ่งมีให้เลือกสามรายการ ปู้ฟางก็ถอนหายใจยาวอีกครั้งอย่างอดไม่ได้
รายการอาหารที่ว่านี้เป็นแผ่นไม้ชิ้นหนึ่งที่มีชื่ออาหารเขียนอยู่สามชื่อ และแขวนอยู่บนฝาผนังของร้าน
การที่ร้านแห่งนี้มีอาหารเพียงสามรายการให้เลือกก็นับว่าประหลาดแล้ว แต่ราคาของอาหารแต่ละอย่างนั้น… ยิ่งน่าหัวร่อเข้าไปใหญ่
ผัดผักและบะหมี่แห้งคลุกมีสนนราคาอยู่ที่จานละร้อยเหรียญทอง ส่วนข้าวผัดไข่นั้นยิ่งหนักเข้าไปอีก… มันมีราคาสูงถึงหนึ่งผลึกเลยทีเดียว
มีเพียงผู้ฝึกตนเท่านั้นที่จะมีผลึกไว้ในครอบครอง และผลึกหนึ่งชิ้นมีราคาขายอยู่ที่พันเหรียญทองเลยทีเดียว แต่ผลึกนั้นก็ใช่ว่าจะหาซื้อกันได้ง่ายๆ เรียกว่าแทบจะไม่มีขายเลยดีกว่า
ด้วยเหตุนี้ราคาขายของข้าวผัดไข่ที่ร้านอาหารเล็กๆ แห่งนี้ จึงจัดได้ว่าแพงชนิดไร้สาระ
แม้แต่ตัวปู้ฟางเองยังไม่เชื่อว่าจะมีใครโง่พอมาสั่งอาหารที่ราคาแพงจับใจถึงเพียงนี้ ถึงเขาจะเห็นด้วยว่าอาหารทั้งสามรายการนั้นจัดว่าอร่อยเหาะเมื่อได้ลองกินดูก็ตามที แต่เมื่อหันกลับไปมองราคาแล้ว… ตีลังกาคิดก็ยังไม่น่าเป็นไปได้
“ในฐานะพ่อครัวเทพ