็นเพราะอารมณ์”
จัวหรูซุ่ยเดินมาข้างหน้า ตบไหล่หม่าหวาแล้วกล่าวว่า “อาจจะเป็นผู้อาวุโสของสำนักไหนสักสำนักที่ไม่อาจทนดูเรื่องเลวทรามต่ำช้าที่พวกท่านทำก็เป็นได้”
เมื่อเห็นจัวหรูซุ่ยและกู้ชิงเดินออกไปจากเรือนเป่าซู่ ศิษย์ยอดเขาเหลี่ยงว่างคนหนึ่งก็ไม่อาจควบคุมตัวเองต่อไปได้อีก เขากล่าวถามว่า “จะปล่อยให้พวกเขาออกไปแบบนี้จริงๆ หรือ?”
หม่าหวากล่าวกับโหยวซือลั่วว่า “สืบพบเบาะแสบางอย่าง ข้าอยากไปดูหน่อย”
โหยวซือลั่วเข้าใจความหมายของเขา จึงกล่าวเตือนว่า “จัดการมือสังหารพอ เรื่องอื่นอย่าไปยุ่ง”
……
……
หอเด็ดดาวเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมืองซางโจว แล้วก็เป็นหอที่สูงที่สุด เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวต้องมาเยือน กระทั่งจิ๋งจิ่วกับเจ้าล่าเยวี่ยก็ยังเคยมาเยือนเมื่อในอดีต
เพียงแต่เมื่อถึงตอนนั้นพวกไม่ได้มาดูหอเด็ดดาว หากแต่ยืนอยู่บนชั้นบนสุดของหอ มองไปทางเหลาสุราที่มีไฟส่องสว่างที่อยู่ไม่ไกลแห่งนั้น
เหลาสุราแห่งนั้นคือหอนางโลม ผ่านมาสามสิบปีแล้ว การค้ายังคงเจริญรุ่งเรือง ดูแล้วผู้ที่อยู่เบื้องหลังคงจะไม่ธรรมดา
ชายสวมหมวกลี่เม่าผู้หนึ่งเดินเข้าไปในหอนางโลมแห่งนั้น ใช้ใบไม้ทองคำซื้อความประทับใจ แม่เล