กเขาออกไปจากนิกายฌาน”
เหล่าผู้บำเพ็ญพรตที่เหลือเพียงแต่ยิ้มเล็กน้อย ไม่ได้ตอบรับอะไร มีบางคนที่ลุกขึ้นยืนแล้วเดิมตามสมณะรูปนั้นไป
บัณฑิตวัยกลางคนผู้นั้นงุนงงเล็กน้อย บนใบหน้ามีรอยยิ้มเยาะเย้ยตัวเองปรากฏขึ้นมา พลางกล่าวว่า “ช่างเถอะๆ เมื่อมีใจมุ่งมั่น ความปรารถนาก็จะเป็นจริง ข้าเองก็รออีกร้อยวันค่อยว่ากันแล้วกัน”
เมื่อกล่าวจบประโยคนี้ เขาก็วางใบไม้ทองคำเอาไว้ใบหนึ่ง จากนั้นก้าวอาดๆ ออกไปจากเหลาสุรา
ผู้บำเพ็ญพรตที่เหลือต่างสบตากันแล้วยิ้มขึ้นมา จากนั้นต่างคนต่างวางใบไม้ทองคำเอาไว้พลางกล่าวว่าไปด้วยๆ แล้วก็พากันเดินออกไป
เจ้าของเหลาสุราเดินออกมาจากด้านหลัง เก็บใบไม้ทองคำที่อยู่บนโต๊ะเหล่านั้นขึ้นมาใส่ไปในกระเป๋าทีละใบๆ จากนั้นถือกาน้ำแกงไปเติมน้ำแกงขาวให้กับแขกโต๊ะสุดท้าย คุยเล่นด้วยเล็กน้อย ก่อนจะเดินกลับเข้าไปด้านหลัง สีหน้าดูสุขุมเยือกเย็น เหมือนไม่ได้รู้เลยว่าเงินที่เขาเก็บได้ในวันนี้เทียบเท่ากับรายได้ทั้งปีของเหลาสุราใหญ่ๆ ในเมืองเจาเกอแล้ว
“เจ้าของร้านผู้นี้เป็นคนธรรมดา แต่เห็นได้ชัดว่าไม่ธรรมดา ดูเหมือนเหลาสุราแห่งนี้เองก็ไม่ใช่สถานที่ธรรมดาเช่นกัน”
แขกโต๊ะสุดท้ายคือศิษย์และอาจารย์คู